Authors Posts by กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

872 POSTS 0 COMMENTS

0 200

2

นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานเปิดงาน ม.อ.วิชาการ ครั้งที่ 11 ประจำปี 2561 เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2561 ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มนทิรา ลีลาเกรียงศักดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวรายงาน แนวคิดในการจัดงาน 50 ปี ม.อ. สืบต่อพระปณิธาน สานประโยชน์เพื่อเพื่อนมนุษย์ “2561 ม.อ.วิชาการ นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” วัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ผลงานวิจัย การบริการวิชาการ การคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ วิทยาการและเทคโนโลยี การส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม ตลอดจนบูรณาการเพื่อพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ให้กับชุมชนและสังคม ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและระดับนานาชาติ ซึ่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ดำเนินภารกิจที่มุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายบ่มเพาะคนดี ชี้นำสังคม สั่งสมปัญญา พัฒนางานวิจัย

3

นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ประธานในพิธีเปิดงาน ม.อ.วิชาการ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในภาคใต้ที่ก่อตั้ง และดำเนินภารกิจด้านการศึกษามา เป็นระยะเวลา 5๐ ปี โดยได้ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ รวมทั้งให้บริการด้านวิชาการแก่ชุมชนและท้องถิ่น ยึดมั่นในพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนกที่ว่า “ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง” มาเป็นแนวทางในการดำเนินภารกิจตลอดมา ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชน สังคมและประเทศชาติ

4

“เป็นโอกาสดีอีกวาระหนึ่งที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี แสดงให้เห็นถึงศักยภาพ สังคม และชุมชนได้ประจักษ์ถึงผลงานด้านวิชาการ งานวิจัย การบริการวิชาการ การเผยแพร่ผลงานด้านวิทยาการและเทคโนโลยี การคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ การส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรมตลอดจนการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนด้านการศึกษาให้สอดคล้องกับ Thailand 4.0 การให้ความร่วมมือกับภาคสังคม และประชาคมในการมีส่วนร่วมแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีความใกล้ชิดและเกิดสัมพันธภาพอันดีกับชุมชนมากขึ้น”นายวีรนันทน์ กล่าว

5

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า หลังจากเปิดงาน ประธานในพิธีและผู้ร่วมงานได้นั่งรถรางจากอาคารสำนักงานอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี ไปชมนิทรรศการ และการจัดแสดงผลงาน ม.อ.วิชาการ ณ อาคารเรียนรวมตึก 19 ภายในวิทยาเขตปัตตานี  กิจกรรมที่น่าสนใจในงาน ม.อ.วิชาการ ประกอบด้วย การนำเสนอผลงานวิชาการของนักศึกษาและคณาจารย์ การตอบปัญหาทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเงินอิสลาม การประกวดแผนธุรกิจฮาลาล การประกวดสิ่งประดิษฐ์ การอ่านข่าวโทรทัศน์ นักจัดรายการวิทยุ และการออกแบบสิ่งประดับแฟชั่นเครื่องแต่งกายจากสิ่งเหลือใช้ในสถาบันการศึกษา โครงการอบรมพัฒนาศักยภาพการพึ่งตนเองทางสุขภาพของประชาชนในภาวะฉุกเฉิน การประชุมสัมมนาวิชาการเรื่อง การป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว การเสวนาเรื่องผ้าท้องถิ่นกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเปิดโลก Internet of Thing นิทรรศการ Application เพื่อการจัดการเรียนการสอน และนวัตกรรมเทคโนโลยีการศึกษาในศตวรรษที่ 21 นิทรรศการเกี่ยวกับสันติวิธีและมนุษยชน ตลอดจนการสาธิตเรื่อง “ข้าวลูกปลา” การแปรรูปข้าวลูกปลา ซึ่งข้าวพันธุ์ท้องถิ่น บ้านป่าชิง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา และการแกะแม่พิมพ์ไม้สำหรับผลิตผ้าบาติก เป็นต้น

เพิม1

 

เพิม2

 

6

อาจารย์ศุภชัย สร้อยจิต อาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี
อาจารย์ศุภชัย สร้อยจิต
อาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี

ด้านนายศุภชัย สร้อยจิต อาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี กล่าวกับสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีว่า ในงานม.อ.วิชาการครั้งนี้ได้นำเสนอผลงานจากการทำดุษฎีนิพนธ์ เรื่อง “ผ้าบาติกสีคราม มิติความงามวิถีปัตตานี สู่งานศิลปะ” จัดแสดงผลงานผ้าบาติกสีคราม กระบวนการขั้นตอนการในการทำ นิทรรศการความรู้เรื่องพืชคราม และการก่อหม้อคราม ภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ จัดแสดงให้ชมบริเวณหน้าห้องประชุม ม.อ.ปัตตานี ซึ่งเป็นผลงานที่ได้รับการสนับสนุนจาก รองศาสตราจารย์อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ รองอธิการบดี วิทยาเขตปัตตานีเพื่อนำสู่การถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ชุมชน

แนวความคิดเริ่มจากผลงานของตน นำมาต่อยอดเป็นปัตตานี Heritage สร้างนักธุรกิจหน้าใหม่ ผลงานมีผ้าบาติกสีคราม สีธรรมชาติหมักโคลน จากอดีตจะเห็นว่าปัตตานีมีครามอยู่มากเคยส่งขายให้กับโปรตุเกส ผ้าบาติกสีธรรมชาติหมักโคลน จะใช้โคลนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ส่วนลวดลายผ้าอยู่ในช่วงทดลอง หลังจากนี้จะนำลวดลายของพื้นถิ่นปัตตานีมาออกแบบลวดลายใหม่ คิดว่าเป็นประโยชน์สำหรับกลุ่มบาติกที่สนใจ กลุ่มที่เคยใช้สีเคมี อยากให้ลองมาศึกษา ร่วมพัฒนาผ้าบาติกไปด้วยกันเพื่อหวนคืนสู่วิถีดั่งเดิม การใช้สีธรรมชาติให้ยั่งยืนคู่กับปัตตานี”นายศุภชัย กล่าว

นางสาวกัญญาพิศ จันทร์โพธิ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะศึกษาศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี
นางสาวกัญญาพิศ จันทร์โพธิ์
นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะศึกษาศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี

ด้านนางสาวกัญญาพิศ จันทร์โพธิ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1คณะศึกษาศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี กล่าวกับสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีว่า การจัดงานม.อ.วิชาการคึกคักและได้รับประโยชน์มาก ตนสนใจเรื่องความรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ไปชมผลงานการจัดแสดงทางวัฒนธรรมในหอศิลป์ภาคใต้ สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา และร่วมกิจกรรมการ Book Clinic เข้าเล่มและทำปกรายงาน “งาน ม.อ.วิชาการเป็นประโยชน์มาก ได้ความรู้ สามารถเอาไปใช้กับการเรียนและการทำงาน และได้เรียนรู้เรื่อวัฒนธรรมในพื้นที่”นางสาวกัญญาพิศ กล่าว

11

12

13

เพิม4

เพิม5

เพิม6

 

นางสาวนิชานันท์ หวังนุรักษ์ เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลงานโครงการ สำนักงานพลังงานจังหวัดปัตตานี
นางสาวนิชานันท์ หวังนุรักษ์
เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลงานโครงการ
สำนักงานพลังงานจังหวัดปัตตานี
ด้านนางสาวนิชานันท์ หวังนุรักษ์ เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูลงานโครงการ สำนักงานพลังงานจังหวัดปัตตานี กล่าวกับสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีว่า สำนักงานพลังงานจังหวัดร่วมนำเสนอผลงานนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนร่วมกับสำนักวิทยบริการ ม.อ.ปัตตานี จัดแสดงสาธิตตัวอย่าง โรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ และระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งมีกระบวนการทำงานจากพลังงานแสงอาทิตย์ และแผงโซล่าเซลล์ มีอาจารย์และผู้สนใจมาสอบถามพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องพลังงานแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง

22

23

24

25

การจัดงานม.อ.วิชาการมีความคึกคัก และเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะช่วงพิธีเปิดงานวันแรก ส่วนวันที่สองก็ยังมีคนสนใจอยู่บ้าง ส่วนใหญ่ที่มาสอบถามสนใจเรื่องระบบการทำงาน การติดตั้ง และทุนที่ใช้ เรามีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ หรือถ้าใครสนใจชมตัวอย่างผลงาน ติดต่อได้ที่สำนักงานพลังงานจังหวัด อยู่ที่ศาลากลางจังหวัดปัตตานี”นางสาวนิชานันท์ กล่าว

จากกรณีที่เมื่อเย็นวันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา เกิดลมพายุพัดกระหน่ำในหลายพื้นที่ของจังหวัดปัตตานีทำให้ร้านค้าบริเวณชายหาดรูสะมิแลพังเสียหาย ทั้งต้นไม้หักล้มทับร้านค้าเสียหาย ลมพัดหลังคาและเพิงนั่งรับประทานอาหารล้มเสียหายหลายร้าน

Rusamilae beach 01

Rusamilae beach 02

Rusamilae beach 03

Rusamilae beach 04

Rusamilae beach 05

Rusamilae beach 06

เกี่ยวกับเรื่องนี้นางณัฐรักษ์ แนวบรรทัด หัวหน้าสำนักงานปลัด เทศบาลตำบลรูสะมิแล อ.เมืองปัตตานี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีว่า การช่วยเหลือผู้ประกอบการที่หาดรูสะแลจากกรณีดังกล่าวนั้นเทศบาลตำบลรูสะมิแลได้ส่งเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเข้าไปตรวจสอบความเสียหายแล้ว เบื้องต้นพบว่ามีร้านค้าเสียหายทั้งร้าน 1 ร้าน และร้านค้าที่โดนต้นไม้ล้มทับประมาณ 2-3 ร้าน จึงแจ้งยังผู้ประกอบการว่าเทศบาลรูสะมิแลจะรับผิดชอบในส่วนของการตัดแต่งต้นไม้ที่ล้มทับเท่านั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ชี้แจงแก่ผู้ประกอบการแล้วว่า หาดรูสะมิแลเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่ไม่อนุญาตให้ประชาชนวางจำหน่ายสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เนื่องจากเทศบาลฯ เห็นใจผู้ประกอบการในการทำมาหากิน จึงได้อนุญาตให้จำหน่ายอาหารได้ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ปัจจุบันเทศบาลตำบลรูสะมิแลไม่ได้มีการเก็บค่าที่แต่อย่างใด

หมายเหตุ ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ หาดรูสะมิแล

จากการที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีร่วมกับมูลนิธิเกาหลี และสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทยร่วมกันจัดเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการเกาหลีศึกษา ระหว่างวันที่ 27-29 มิถุนายน 2561 ณ โรงแรมแมนดาริน เมนเนจ บาย เซ็นเตอร์ พ้อยท์ กรุงเทพฯ ให้แก่นักวิชาการ ผู้สอนภาษาเกาหลีระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย พร้อมเปิดประเด็นนำเกาหลีศึกษาเข้าสู่ระดับอาชีวศึกษารองรับแรงงานสายอาชีพตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0

Korea 2018 21

Korea 2018 20

Naratha Sookpraman

เกี่ยวกับเรื่องนี้นางสาวนาริฐา สุขประมาณ อาจารย์ผู้สอนภาษาเกาหลี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า การเข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ ได้รับประสบการณ์ เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ด้าน ภาษา วัฒนธรรม และเกาหลีศึกษา ต่อยอดในการศึกษาวิจัยในอนาคต

“สิ่งที่ได้จะนำความรู้ไปสอนนักเรียน สร้างเครือข่ายอาจารย์ผู้สอนด้านภาษาเกาหลี ทั้งชาวไทย และชาวเกาหลี ขอบคุณที่มีการจัดสัมมนาครั้งนี้ เป็นประโยชน์มากในการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้การเรียนการสอนสำหรับครูอาจารย์ผู้สอนภาษาเกาหลี” นางสาวนาริฐากล่าว

Pharinyarat Piyatriphum

ด้านนางสาวภริณญารัตน์ ปิยะไตรภูมิ นักศึกษา ชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาภาษาเกาหลี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า ได้รับความรู้และประโยชน์ ได้ความรู้ใหม่เกี่ยวกับการทำงาน ตลาดแรงงาน โอกาสในการทำงาน

“อนาคตอยากเป็นล่ามแปลภาษา อยากนำความรู้ที่เรียนมาไปใช้ในการประกอบอาชีพโดยตรง”นางสาวภริณญารัตน์ กล่าว

Nathakamon Benchakul

นางสาวณัฐกมล เบญจกุล นักศึกษา ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาภาษาเกาหลี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี บอกว่า จากการเข้าร่วมสัมมนาเกาหลีศึกษาครั้งนี้ ทำให้ได้รับความรู้และประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะเรื่อง เศรษฐกิจ และโอกาสในการทำงาน จุดเริ่มต้นความสนใจในการเรียนภาษาเกาหลีมาจากกระแส K-pop จึงได้เริ่มเรียนภาษาเกาหลีด้วยตนเอง

“เลือกเรียนภาษาเกาหลีที่ม.อ.ปัตตานี เพราะสนใจ และจากกระแสเกาหลีมาแรง ช่วงที่เรียนมีความสุข และลำบากบ้าง เพราะต้องเพียรพยายามทำความเข้าใจ และฝึกฝนตนเองมากขึ้น อนาคตอยากทำงานเป็นล่ามแปลเอกสาร สนใจการแปลหนังสือการ์ตูนจากภาษาเกาหลีเป็นภาษาไทย ต้องฝึกฝนตนเองมากขึ้น ทำความเข้าใจบทสนทนา และมุขตลกต่าง ๆ” นางสาวณัฐกมลกล่าว

Napat Puengnate

นายณภัทร พึ่งเนตร นักศึกษา ชั้นปีที่ 3 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้มาช่วยงานอาจารย์ และร่วมสัมมนาเกาหลีศึกษาครั้งนี้ ได้ความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ของเกาหลี และทราบว่าบรรพบุรุษของไทยเรา มีส่วนช่วยเหลือชาวเกาหลี และเห็นความมุ่นมั่นในการจัดการเรียนการสอนในระดับอาชีวศึกษา ความรู้ที่ได้เป็นประโยชน์ในการนำไปใช้ในการวางแผนการทำงานในอนาคต

“อนาคตอยากทำงานเป็นล่ามแปลภาษาเกี่ยวกับกฎหมาย การแสดงทางวัฒนธรรมที่ได้แสดงมีส่วนช่วยสร้างความมั่นใจมากขึ้น อยากเป็นนักกีฬาเทคอนโด ขอบคุณอาจารย์ขวัญชัย วัฒนศักดิ์ ที่ช่วยฝึกฝนและแนะนำ ได้นำกีฬาเทคอนโดมาเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงทางวัฒนธรรมเชื่อมสัมพันธ์ไทย กับ สาธารณรัฐเกาหลี ในพิธีเปิดการสัมมนาเกาหลีศึกษาในครั้งนี้ด้วย” นายณภัทรกล่าว

การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเกาหลีศึกษา และการประชุมกลุ่มผู้บริหาร อาจารย์ผู้สอนภาษาเกาหลี จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 27-29 มิถุนายน 2561 ณ ห้องประชุมโรงแรมแมนดาริน เมนเนจ บาย เซ็นเตอร์ พ้อยท์ กรุงเทพมหานคร จัดโดย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิเกาหลี และสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา ครูผู้สอนภาษาเกาหลีในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล จากทุกภูมิภาคของประเทศ และนักศึกษาเข้าร่วมสัมมนา จำนวน 86 คน

Korea 2018 14

Korea 2018 11

Korea 2018 09

Korea 2018 08

Korea 2018 03

36778588_1988737804478151_8808799545514262528_n

Korea 2018 02

Korea 2018 01

Korea 2018 04

ผู้สื่อข่าวรายงาน เพิ่มเติมด้วยว่า จากการสัมมนาเกาหลีศึกษาครั้งนี้ได้ข้อสรุปและประเด็นที่สำคัญต่อยอดจากการจัดสัมมนาครั้งที่ผ่านมาในการทำงานขับเคลื่อนองค์ความรู้ด้านภาษาเกาหลี และเกาหลีศึกษา เพื่อพัฒนาประเทศในหลายมิติ ที่สำคัญ คือ การสร้างองค์ความรู้ เครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้บริหาร อาจารย์ผู้สอนในสถาบันที่มีการเรียนการสอนด้านภาษาเกาหลีและเกาหลีศึกษาทั้งในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและสถาบันอาชีวศึกษาซึ่งเป็นเครือข่ายใหม่ เกิดกระบวนการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน ถอดบทเรียน เทคนิควิธีการสอน รูปแบบการใช้สื่อการสอน และความร่วมมือระหว่างอาชีวศึกษากับตลาดแรงงาน ในการผลักดันนักศึกษาที่มีความรู้ ทักษะวิชาชีพ และภาษาเกาหลี เข้าสู่ตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ การออกแบบและพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องตรงต่อความต้องการของตลาดแรงงานและสถานประกอบการ เพื่อพัฒนาคุณภาพมาตรฐานฝีมือแรงงาน รองรับโอกาสการทำงานของนักศึกษาในสถาบันอาชีวศึกษาต่อไปในอนาคต

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทยที่เปิดการเรียนการสอนภาษาเกาหลี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2529 ณ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มีการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาเกาหลี และได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยริเริ่มโครงการจัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในระดับมัธยมศึกษา ตั้งแต่ ปี พ.ศ.2548

Korea 2018 12

Korea 2018 13

Korea 2018 10

 

ม.อ.ใช้จุดแข็งด้านภาษาเกาหลีร่วมพัฒนาไทยแลนด์ 4.0

“เรามีมีศิษย์เก่าที่สำเร็จการศึกษาออกไปทำงานทั่วประเทศ และในต่างประเทศ เป็นผู้นำด้านภาษาเกาหลี และเกาหลีศึกษา สร้างสมรรถนะให้กับคนไทย สร้างโอกาสให้กับชีวิตที่จะใช้ภาษาเป็นช่องทางในการสร้างงาน อาชีพ รายได้ มีความเข้าใจทักษะทางวัฒนธรรมที่ดี เราใช้จุดแข็งขององค์ความรู้ด้านภาษาเกาหลี ศูนย์วัฒนธรรม และเกาหลีศึกษา ขยายผลความร่วมมือกับเครือข่ายผู้บริหารและครูผู้สอน พัฒนาเด็กเยาวชนที่สนใจเข้าสู่โครงการฯ ทักษะด้านภาษาและองค์ความรู้ด้านเกาหลีศึกษา จะช่วยพัฒนาประเทศในหลายมิติ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาลไทยแลนด์ 4.0 ที่เน้นเศรษฐกิจบนฐานเทคโนโลยีและนวัตกรรม”ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติกล่าว

หวังเสริมองค์ความรู้ด้านเกาหลีศึกษาสู่สถานศึกษาไทย

ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.ปริศวร์ ยิ้นเสน คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี และยังเป็นอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและวัฒนธรรมเกาหลี กล่าวว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้เพื่อสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับภาษาเกาหลีและเกาหลีศึกษาในประเทศไทย ศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาและสถาบันอาชีวศึกษาในประเทศไทย และส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนภาษเกาหลีและเกาหลีศึกษาในสถาบันอาชีวศึกษาในประเทศไทย

Korea 2018 16

Korea 2018 22

พลอากาศโทวีระศักดิ์ แก่นมณี อุปนายกสมาคมทหารผ่านศึกเกาหลี ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ยืนคนที่ 4 จากด้านขวาไปซ้าย)เป็นตัวแทนมอบทุนการศึกษาแก่นักศึกษาสาขาวิชาภาษาเกาหลี โดยมี รศ.ดร.ปริศวร์ ยิ้นเสน คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี เป็นผู้รับมอบทุน (ยืนคนที่ 3 จากด้านขวาไปซ้าย)

เผยโรงเรียนมัธยมไทยสอนภาษาเกาหลี 71 แห่ง

“ด้วยความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการของไทยและสาธารณรัฐเกาหลี ทำให้มีการเรียนการสอนวิชาภาษาเกาหลีในระดับมัธยมศึกษาในประเทศไทยจำนวน 71 แห่ง มีการขยายตัวของการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในประเทศไทยและความต้องการเพิ่มสูงขึ้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาเกาหลีและเกาหลีศึกษา รวมทั้งแหล่งข้อมูลข่าวสาร สื่อที่จำเป็นสนับสนุนกระบวนการเรียนการสอน สร้างระบบเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยที่สอนกับโรงเรียนมัธยมศึกษา เพื่อพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับภาษาและเกาหลีศึกษาของประเทศไทยให้มีคุณภาพ ขณะนี้มีการขยายไปสู่การศึกษาสายวิชาชีพของไทย ขณะนี้ภาษาเกาหลีไม่เพียงอยู่ในฐานะภาษาเศรษฐกิจของไทย แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญนำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและวิทยาการต่าง ๆ ที่จำเป็นสอดรับกับการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย” รองศาสตราจารย์ ดร.ปริศวร์ กล่าว

นายโน กวัง-อิล เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือกับประเทศไทย และความโดดเด่นของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เริ่มต้นจากการจัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในระดับอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศไทย เป็นสถาบันผู้บุกเบิก สนับสนุนให้มีการจัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในประเทศไทยในหลายมิติ ทำให้การจัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลีในประเทศไทยได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

Korea 2018 15

Korea 2018 17

ไทยเรียนภาษาเกาหลี 3 หมื่นคนหรือ 1 ใน 3 ของ นร.ต่างชาติ

“ในประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยที่จัดการเรียนการสอนภาษาเกาหลี รวม 40 แห่ง และมีนักเรียนมัธยมศึกษาที่เรียนภาษาเกาหลีในประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 30,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนมากถึงหนึ่งในสี่ของจำนวนนักเรียนชาวต่างชาติทั้งหมดที่เรียนภาษาเกาหลีทั่วโลก ตั้งแต่ปีนี้กระทรวงศึกษาธิการได้มีการบรรจุภาษาเกาหลีให้เป็นหนึ่งในภาษาต่างประเทศของระบบการสอบ PAT ซึ่งผลดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการของทั้งสองประเทศ”เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย กล่าว

Kasit Pirom 01

Kasit Pirom

นายกษิต ภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสาธารณรัฐเกาหลี ฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 60 ปี” และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนกล่าวว่า ประเทศไทยเราควรตั้งเป้าให้ชัดเจนว่าจะร่วมมือกับประเทศเกาหลีอย่างไรบ้าง ในฐานะที่เรามีศูนย์ภาษาเกาหลี ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี และพัฒนาองค์ความรู้ด้านเกาหลีศึกษา คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยโดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ด้านเศรษฐกิจ และวิชาการ ควรทบทวนว่าเราจะปรับความสัมพันธ์กับประเทศเกาหลีใต้อย่างไร ความสัมพันธ์โดยทั่วไปไทยกับเกาหลีมีราบรื่นและคาบสมุทรเกาหลีมีลู่ทางสู่สันติภาพดีขึ้น

ระบุเกาหลีรุดหน้าเพราะภาครัฐโปร่งใสมีธรรมาภิบาล

“เขาประสบความสำเร็จอย่างสูงเรื่องการเปิดประเทศเป็นสังคมประชาธิปไตย การบริหารจัดการภาครัฐมีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล ให้สิทธิพลเมืองเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศสูงมาก ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ด้านติดต่อค้าขายให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยว เป็นโอกาสที่ดีที่เราจะพัฒนาความร่วมมือทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า ไอที เทคโนโลยีโทรคมนาคม ไบโอเทคโนโลยี ด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรม คิดว่าเราสามารถทำได้”นายกษิตกล่าว

อดีตทหารผ่านศึกเกาหลีร่วมเสวนาสงครามเกาหลีและความสัมพันธ์ของประเทศไทย

ร้อยเอกอุดม ขาวกระจ่าง อดีตทหารผ่านศึกสมรภูมิ Pork Chop Hill ที่ร่วมเสวนาวิชาการ “สงครามเกาหลีและความสัมพันธ์ของประเทศไทย” กล่าวกับผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานี ว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ดีมาก นักศึกษารุ่นปัจจุบันจะได้ศึกษาทำความเข้าใจประวัติความเป็นมา การศึกษาประวัติศาสตร์ มีส่วนช่วยให้เกิดความเข้าใจในบริบททางสังคมและวัฒนธรรม การเรียนการสอนด้านภาษาเกาหลี และเกาหลีศึกษา

Udom Kawkrachang

“ยินดีมากที่มาร่วมเสวนาในวันนี้ ยังมีเรื่องราวอีกมากในช่วงประวัติศาสตร์การรบที่เกาหลี จำเป็นที่นักเรียนนักศึกษาไทยจะได้ศึกษาทำความเข้าใจ รวมทั้ง ความภาคภูมิใจ ความกล้าหาญ เสียสละของทหารไทยที่ไปรบ การช่วยเหลือคนเกาหลีด้านมนุษยธรรม และความสัมพันธ์ที่ดีต่อเนื่องมาระหว่างไทย กับ สาธารณรัฐเกาหลี ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน ขอชื่นชมทีมผู้บริหาร ที่เห็นความสำคัญในการจัดสัมมนาครั้งนี้” ร้อยเอกอุดมกล่าว

ทั้งนี้คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมกับ มูลนิธิเกาหลี เชิญเอกอัครราชทูตเกาหลีประจำประเทศไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการเกาหลีศึกษา ระหว่างวันที่ 27-29 มิถุนายน 2561 ณ โรงแรมแมนดาริน เมนเนจ บาย เซ็นเตอร์ พ้อยท์ กรุงเทพฯ ให้แก่นักวิชาการ ผู้สอนภาษาเกาหลีระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง

นางสาวฉัตรสุดา ชุมแสง พาณิชย์จังหวัดปัตตานี กล่าวกับสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปัตตานีกำลังเปิดรับสมัครร้านค้าในจังหวัดปัตตานีที่สนใจเข้าร่วมโครงการธงฟ้าประชารัฐ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการธงฟ้าประชารัฐให้ใช้โปรแกรมประยุกต์สำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Application) เพื่อเปิดรับสมัครร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ร้านค้าทั่วไป รถยนต์เคลื่อนที่เร่ขายสินค้า ร้านค้าในตลาดที่จำหน่ายผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว เป็นต้น ให้เข้าร่วมโครงการธงฟ้าประชารัฐ และทำการติดตั้งแอปพลิเคชั่นมือถือสำหรับรองรับการใช้จ่ายเงินผ่านระบบ QR Code

Chatsuda Chumsaeng

พาณิชย์จังหวัดปัตตานี กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์มีการนำระบบ QR Code มาใช้ จะเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถซื้อสินค้าได้หลากหลายขึ้น จากเดิมที่ต้องใช้จ่ายที่ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ และใช้กับเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) เท่านั้น แต่ต่อไปนี้เมื่อมีการติดตั้งระบบ QR Code แล้ว จะช่วยให้ผู้ถือบัตรใช้จ่ายได้หลากหลายขึ้น และยังช่วยให้ร้านค้าที่เดิมไม่ได้เข้าร่วมโครงการร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ มีโอกาสในการขายสินค้าให้กับผู้ถือบัตร และมีรายได้เพิ่มขึ้น และยังได้ขยายไปถึงร้านค้าในตลาดสด ขายผัก ขายหมู ขายก๋วยเตี๋ยว ก็สมัครเข้าร่วมได้

สำหรับเงื่อนไขการสมัคร ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐที่มีอยู่เดิม สามารถดำเนินการโดยใช้เครื่อง EDC ต่อไปได้ ส่วนร้านค้าที่จะสมัครใหม่ ต้องเป็นร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าเป็นปกติ มีทำเลที่ตั้งแน่นอน ส่วนรถยนต์เคลื่อนที่เร่ขาย ต้องมีการจำหน่ายสินค้าเป็นประจำ ขณะที่ร้านค้าที่ตั้งอยู่ในตลาด ต้องมีที่ตั้งร้าน แผง ล็อค ชัดเจน และได้รับการรับรองจากเจ้าของตลาดหรือผู้บริหารตลาดมาใช้ยืนยันในการสมัคร โดยร้านค้าในจังหวัดปัตตานีสมัครได้ที่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดปัตตานี กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดปัตตานี (หลังเก่า) หมายเลขโทรศัพท์ 073-336245

ทั้งนี้ หลังจากยื่นใบสมัครแล้ว ผู้สมัครต้องนำหนังสือรับรองที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการค้าภายใน หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดออกให้ไปยื่นต่อธนาคารกรุงไทยในพื้นที่ พร้อมสำเนาสมุดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ หรือกระแสรายวัน หรือเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร (กรณียังไม่มีบัญชีธนาคารกรุงไทย) เพื่อสมัครใช้ Internet Banking และดาวโหลดแอปพลิเคชั่น “ถุงเงินประชารัฐ” จากธนาคารกรุงไทย

ส่วนร้านค้าที่ได้รับการอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการแล้ว ได้กำหนดเงื่อนไขห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ยาสูบให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ห้ามแลกสิทธิใช้จ่ายตามบัตรเป็นเงินสด หรือทอนเป็นเงินสด หรือให้สิ่งตอบแทนอื่นในการจำหน่ายสินค้า ห้ามบังคับให้ซื้อสินค้าเป็นมูลค่าตามที่ร้านกำหนด ห้ามยึดหรือเก็บบัตรไว้ ห้ามปฏิเสธรับชำระค่าสินค้าด้วยบัตร ซึ่งหากตรวจสอบพบ จะเพิกถอนจากการเข้าร่วมโครงการทันที และหากพบว่าเป็นการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กฎหมายว่าด้วยชั่งตวงวัด และกฎหมายว่าด้วยอาหารและยา จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้ ณ โรงเรียนอนุบาลสาธิต ม.อ.ปัตตานี ครู นักเรียนโรงเรียนสาธิต ม.อ.ปัตตานีและผู้ปกครองร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อส่งกำลังใจไปยังทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี พร้อมโค๊ช รวม 13 คน ซึ่งกำลังติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย รวมถึงทีมกู้ภัยที่กำลังร่วมแรงร่วมใจกันเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยดังกล่าว เป็นวันที่ 7 แล้ว

36279140

36310049

36319043

36411811

36475426

 

ทั้งนี้การแสดงพลังเพื่อให้กำลังใจดังกล่าวนำทีมโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุใจ ส่วนไพโรจน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสาธิต ม.อ.ปัตตานีด้วยการเพลงศรัทธาของศิลปินหิน เหล็กไฟ จากนั้นตะโกนพูดพร้อมกันว่า “พี่ ๆ ทุกคนสู้ ๆ นะคะ/นะครับ”

“ในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสาธิต ม.อ.ปัตตานี ขอส่งความรู้สึกรัก และห่วงใย ให้กำลังใจกับทุกชีวิต โดยเฉพาะเด็ก ๆ และทีมนักฟุตบอลทีมหมูป่า อะคาเดมี่ ที่กำลังประสบกับความทุกข์ และความยุ่งยากในการก้าวผ่านชีวิตมากกว่าคนอื่น ทุกคนต้องเข้มแข็ง ทุกลมหายใจมีคุณค่าต่อพ่อแม่พี่น้อง และคนไทย อยากบอกว่าเด็ก ๆ ทุกคนและทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี่ ทุกคนคือต้นแบบของคนไทยที่กำลังใช้พลังอย่างมากในการต่อสู้กับสิ่งที่เกิดขึ้น”ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุใจกล่าว

เนื้อเพลง ศรัทธา
ไม่มี ก็คงต้องมีสักวัน
ความฝันเป็นจริงต้องทนสู้ไป
ไม่นาน เราคงจะได้สมใจ
มุ่งมั่น ทุ่มเทเพียงใดกว่าจะได้มา

เส้นชัย ไม่มาต้องไปหามัน
รางวัล มีไว้ให้คนตั้งใจ
ขวากหนาม ทิ่มแทงก็ผ่านพ้นไป
โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายดาย

ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา
โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ

ที่มา รู้ดีไม่รู้ที่ไป คนเรามันเลือกเกิดเองไม่ได้
แต่เราเลือกได้จะเป็นเช่นไร
เลือกได้จะทำตามใจด้วยตัวของเรา
หลายคน เชื่อในเรื่องโชคชะตา
บางคนเชื่อมั่นในตัวเอง
ชีวิต เรากำหนดของเราเอง
จะแพ้ชนะไม่เกรงจะสักเท่าไร

ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา
โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ

เรื่องราวมากมายที่ทำ ได้ใจโอบก็หวั่นไหว
แต่ก็มีเหตุผลสำคัญ ให้บางคนยอมถอดใจ เย…….

ใจสู้หรือเปล่า ไหวไหมบอกมา
โอกาสของผู้กล้า ศรัทธาไม่มีท้อ
…อ้างอิง https://www.siamzone.com/music/thailyric/5851

พลตำรวจตรีปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี กล่าวกับสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีว่า เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ทำงานร่วมขยายผลติดตาม ทราบกลุ่ม และเครือข่ายผู้ร่วมก่อเหตุ อยู่ระหว่างติดตามเพิ่ม เบื้องต้นออกหมายจับแล้ว 9 ราย บางส่วนที่ควบคุมตัวคืบหน้าในการซักถาม ลักษณะรูปแบบระเบิดที่คนร้ายใช้ เป็นแบบตั้งเวลา คล้ายกับที่เคยก่อเหตุ แต่การบรรจุในภาชนะ หรือ สิ่งที่คนร้ายใช้แตกต่างกันไป โดยหลักการของวงจรระเบิดแล้วเหมือนกัน

แฟ้มภาพเหตุการณ์
แฟ้มภาพเหตุการณ์
แฟ้มภาพเหตุการณ์
แฟ้มภาพเหตุการณ์
แฟ้มภาพเหตุการณ์
แฟ้มภาพเหตุการณ์
01
พลตำรวจตรีปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี

“ผลจากการซักถามมีความคืบหน้า หลักๆคือชุดที่เคยก่อเหตุในพื้นที่เดิมๆ เรามีฐานข้อมูลอยู่แล้วส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งพิสูจน์ทราบตัวบุคคล จากการขยายผลทราบผู้ร่วมขวนการฯ ทราบเครือข่ายพอสมควร กำลังติดตามตัวอยู่ในขณะนี้”  พลตำรวจตรีปิยะวัฒน์ กล่าวและว่า มาตรการด้านรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ เจ้าหน้าที่มีการปรับ เน้นย้ำกำลังทั้งหมด ด่านในเมือง มีการปรับแผนการเข้า-ออก เข้มงวดกวดขันปิดช่องโหว่ ได้พูดคุย เน้นย้ำแนวปฏิบัติแล้วผ่านศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ ทางคดีมีความคืบหน้า อยู่ในขั้นตอนการขยายผล ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งหมดในเวลานี้ ฝากให้ประชาชนช่วยสังเกต เป็นหูเป็นตา พบเบาะแสเพิ่มเติม แจ้งได้ที่ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนในช่วงที่จะมีการแข่งขันฟุตบอลโลกนั้น มาตรการด้านการกวดขันการพนันฟุตบอล พลตำรวจตรีปิยะวัฒน์ กล่าวกับสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีด้วยว่า เรื่องนี้ถือเป็นนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้เน้นย้ำและและสั่งการ ให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดกวดขันมาก โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา ให้ดูฟุตบอลอย่างมีความสุข เลิกยุ่งเกี่ยวกับการพนัน ให้รู้พิษภัยของการเล่นการพนัน“ผมได้ให้นโยบายไปแล้วทุกท้องที่ เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงสั่งการมา ควบคุมแหล่งที่มีการพนัน เข้มงวดกวดขันการเล่นการพนัน ซึ่งเราจะมีการสุ่มตรวจ ออกกวดขันในกลุ่มวัยรุ่น เด็กนักเรียน นักศึกษา” พลตำรวจตรีปิยะวัฒน์ กล่าว

33898012_1581098678684661_3263651408057991168_n
ภาพจากเพจมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน

 

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสภาพการจราจร เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 เวลา 17.00-17.30 น. พบว่าการจราจรค่อนข้างติดขัด หนาแน่น เนื่องจากเป็นช่วงเย็นวันศุกร์ ประชาชนบางส่วนเดินทางออกนอกเมือง ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าว ลมแรง และมีฝนตกหนัก ส่งผลให้สภาพการจราจรยิ่งติดขัด เคลื่อนตัวได้ช้า

วงเวียน

วงเวียน2

วงเวียน4

สิบตำรวจตรีทินกร บัวนวล ผู้บังคับหมู่ฯ ปฏิบัติหน้าที่งานจราจร สภ.เมืองปัตตานี กล่าวกับสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานี การจราจรวันศุกร์ช่วงเย็นรถค่อนข้างติดขัดหนาแน่น ประชาชนที่มาจากต่างจังหวัดเดินทางกลับภูมิลำเนา และเป็นช่วงเลิกงาน รวมทั้งประชาชนที่ออกมาเลือกซื้ออาหารเพื่อเตรียมละศีลอด ทำให้การจราจรบริเวณดังกล่าวค่อนข้างติดขัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจำเป็นต้องจัดระบบจราจรโดยนำแผงเหล็ก และกรวยมาวางปิดช่วงเข้าวงเวียนหอนาฬิกาเพื่อจัดระบบจราจรให้รถที่มาจากทุกทิศทางสามารถเคลื่อนตัวได้ กำหนดจุดกลับรถที่หน้าบริษัท อีซูซุ ปัตตานี เนื่องจากบริเวณฐานวงเวียนค่อนข้างแคบ ทำให้รถที่เข้ามาในวงเวียนแต่ละด้านจะมีปริมาณรถมาก แต่ละด้านไม่สมดุลกัน ส่งผลให้รถติดสะสม มีลักษณะพันกัน จนไม่สามารถเคลื่อนตัวได้

วงเวียน3

จราจร
สิบตำรวจตรีทินกร บัวนวล

“แน่นอนว่าเย็นวันศุกร์การจราจรค่อนข้างหนาแน่น รถจากทุกทิศทางต้องผ่านบริเวณ วงเวียนหอนาฬิกา การที่เจ้าหน้าที่ทำแผงเหล็กและกรวยมาปิดกั้นบริเวณดังกล่าว เพื่อจัดระบบการจราจรให้มีความสมดุล รถที่จะเข้าวงเวียนมีปริมาณมาก ต่างฝ่ายต่างเร่งรีบจะไป ทำให้เกิดความไม่สมดุลของปริมาณรถ จำเป็นต้องจัดระบบการจราจรดังกล่าวเพื่อแก้ปัญหา และขออภัยในความไม่สะดวก ในการใช้รถใช้ถนนของประชาชน”สิบตำรวจตรีทินกร กล่าวและว่า ความรู้ด้านเครื่องหมายจราจร “กรวยแดง หรือ กรวยสีส้ม” เป็นเครื่องหมายจราจรประเภทหนึ่ง กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก มีวัตถุประสงค์เพื่อบังคับผิวทาง หรือ แจ้งเตือนการใช้เส้นทาง ทั้งนี้ การใช้งานขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของเจ้าพนักงาน เช่น เมื่อผ่านด่านตรวจ เจ้าหน้าที่จะวางกรวยสีแดง หรือ สีส้ม เพื่อแจ้งเตือน ผู้ขับขี่ยวดยาน ลดความเร็ว บังคับทิศทางให้เข้าตามช่องทางที่กำหนด การเคลื่อนย้าย หรือ ยกออกจากที่กำหนด หรือ การทำให้เกิดความเสียหาย มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก “เหตุที่ว่าทำไมกรวยต้องสีแดง หรือสีส้ม นั้นเป็นหลักการสื่อสารและความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนมองเห็นได้ชัดเจน ในระยะทางที่ไกล เวลากลางคืนเมื่อแสงตกกระทบ ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน จะสามารถมองเห็นได้ เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน” สิบตำรวจตรีทินกร กล่าว

 

นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เปิดเผยว่า มูลนิธิฯ กำลังกังวลเกี่ยวกับการเล่นการพนันฟุตบอลโลกของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่เป็นนักเรียนนักศึกษา จากข้อมูลเราพบว่าแม้การพนันฟุตบอลนั้น จะมีอยู่ทุกวัน แต่เมื่อเริ่มเปิดฤดูกาลฟุตบอลโลกที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ ระยะเวลาการแข่งขัน 1 เดือนเต็มอาจเป็นการกระตุ้นให้มีการเล่นการพนันฟุตบอลมากยิ่งขึ้น

มูลนิธิรณรงค์หยุดพนันเริ่มรณรงค์เพื่อให้สังคมตระหนักถึงปัญหาการเล่นพนันฟุตบอลมาตั้งแต่ปี 2551 ขณะนั้นยังไม่มีประสบการณ์ในการรณรงค์ประเด็นนี้มากนัก แต่ได้รับมอบภารกิจมาจากรัฐบาลและ สสส.ให้ดำเนินการรณรงค์ปัญหาการพนันฟุตบอล จนมาถึงปัจจุบันการทำงานเพื่อรณรงค์ก็ได้องค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้นในการขับเคลื่อนให้สังคมตระหนักถึงปัญหาการพนัน ซึ่งการทำงานเชิงรณรงค์มูลนิธิฯ ตระหนักดีกว่าจำเป็นต้องทำงานร่วมกับสื่อมวลชนให้มากขึ้น

Thanakorn Komkrit

เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิดการทำงานของมูลนิธิฯ คือ ไม่ได้มีจิตคิดร้ายกับเรื่องการพนันเพราะพนันมีหลายลักษณะ ไม่ได้มีเป้าประสงค์ให้ประเทศนี้ปลอดพนัน หากเป็นการพนันที่อยู่ในระดับ Social gambling (พนันเพื่อสังสรรค์ทางสังคม) ที่ช่วยให้ความบันเทิง สนุกสนาน ก็ไม่มีปัญหา สามารถเล่นได้ เราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการพนันลักษณะนี้ ถ้าเป็น Commercial gambling (การพนันเชิงพาณิชย์) ที่เป็นธุรกิจ มีผู้ประกอบการเข้ามาต้องเข้าข่ายควบคุมและกำกับดูแล ถ้าเป็นการเข้าข่ายเอารัดเอาเปรียบและผิดกฎหมายรัฐก็ต้องดำเนินการ

“เรารณรงค์ไม่ให้มันเป็นการพนันที่เป็นปัญหา ระดับที่รุนแรงที่สุดคือการเสพติดการพนัน ซึ่งไม่ต่างจากการเสพติดการพนัน เป็นภาวะของสมองที่เกิดความคุ้นชินกับการเล่นพนัน จนไม่สามารถควบคุมได้”นายธนากรกล่าว

รายงานการวิจัยของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงสถานการณ์การพนันในกลุ่มเยาวชนอายุระหว่าง 15-25 ปี โดยเป็นการสำรวจเมื่อวันที่ 15 กันยายน – 12 ตุลาคม 2560 ระบุว่า เยาวชนที่เริ่มเล่นพนันส่วนใหญ่เมื่อลองเล่นแล้วจะไม่หยุดอยู่ที่การพนันเพียงชนิดเดียว โดยเยาวชนเพศชายเริ่มเล่นการพนันเร็วกว่าเพศหญิงที่อายุ 17.4 ปี และอายุต่ำสุดที่ 7 ปี

Thai gambling 60-01

 

Thai gambling 60-02

Thai gambling 60-03

 

สำหรับการพนันยอดนิยมที่เย้ายวนให้เยาวชนเข้าสู่โลกของการพนัน 5 อันดับแรก ได้แก่ หวยใต้ดิน ไพ่ สลากกินแบ่งรัฐบาล พนันทายผลฟุตบอล บิงโก การพนันประเภทอื่น ๆ เช่น ไฮโล นอกจากนี้ยังพบว่า สภาพแวดล้อมนั้นมีผลต่อเยาวชนที่เล่นพนันเป็นอย่างมาก ผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่า เยาวชนไทยที่เล่นพนันร้อยละ 95.6 มีบุคคลแวดล้อมที่เล่นพนันด้วย ร้อยละ 75.0 พบเห็นจากคนในชุมชน รองลงมาได้แก่บุคคลใกล้ตัว เช่น พ่อ แม่ พี่น้อง ญาติ เพื่อนสนิท เป็นต้น โดยร้อยละ 23.3 ให้เหตุผลว่า เป็นการเสี่ยงโชค/อยากลอง รองลงมาคืออยากได้เงิน ตื่นเต้น เพลิดเพลิน เล่นตามคนใกล้ชิด มีคนชักชวน รวมถึงคิดว่ามีโอกาสชนะมาก พบเห็นโฆษณาผ่านสื่อ เป็นต้น

ข้อมูลเพิ่มเติม

การวิจัยของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ยังพบอีกว่า เยาวชนประเมินตนเองว่า อาจเข้าข่ายติดพนัน ร้อยละ 11.1 ส่วนหนี้ที่เกิดจากการพนันนั้น มีเยาวชนเกือบ 1 แสนคนที่ติดหนี้พนัน รวมเป็นเงินจำนวน 335 ล้านบาท หรือ 3,512 บาทต่อเดือน

Thai gambling 60-04

Thai gambling 60-05

Thai gambling 60-06

 

Thai gambling 60-07

Thai gambling 60-08

ขอบคุณภาพประกอบจาก สสส.

พระสิริจริยาลังการ เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี/เจ้าอาวาสวัดตานีนรสโมสร พระอารามหลวง อ.เมือง จ.ปัตตานี กล่าวกับสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีว่า เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันวิสาขบูชา เป็นวันที่ชาวพุทธร่วมระลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ในชีวิตของพุทธองค์ในสมัยพุทธกาล จะใช้คำว่า “ผู้เป็นครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย” เป็นผู้ให้ความรู้ และแนวทางการแก้ปัญหา

หลักธรรมคำสอนที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้ คือ คือ “อริยสัจ 4” ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ คือ “ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค” ทุกข์ คือ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ สมุทัย คือ รู้ต้นเหตุ สาเหตุแห่งทุกข์ นิโรธ คือ ความไม่ทุกข์ เข้าใจสาเหตุแห่งทุกข์ ความเศร้าหมองทั้งหลาย มรรค คือ หนทางการดับทุกข์ การนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นแนวทางการแก้ปัญญา ให้รู้เหตุที่มาของความทุกข์ ว่าความทุกข์ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจนั้น มีเหตุมาอย่างไร เมื่อรู้สาเหตุปัญหา จะดับทุกข์ ดับกิเลสนั้น ต้องรู้วิธีการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ตามหลักธรรม “มรรค มี องค์ 8” หนทางการดับทุกข์ 8 ประการ คือ “มีปัญญาชอบ ดำริชอบ เจรจาชอบ การประพฤติดีงาม ทำมาหากินอย่างสุจริตชน มีความอุตสาหะเพียรพยายาม การไม่ปล่อยให้เกิดความพลั้งเผลอ และการฝึกจิตให้ตั้งมั่น” “ปัญหาสังคมมีความซับซ้อนมากขึ้น การจะแก้ปัญหาอะไร ต้องมีเหตุมีผล เข้าใจสาเหตุปัญหาที่แท้จริง การจะแก้ปัญหาต้องดับที่เหตุ และมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง นั่นคือ ต้องใช้ปัญญา และมีจิตใจที่บริสุทธิ์ผ่องใส ขอฝากให้ชาวพุทธ มีสติ สมาธิ ฝึกจิตใจให้เข้มแข็ง มีความคิดที่ดี ถูกต้อง ฉลาดรอบรู้ รู้เท่าทัน คน เหตุการณ์ สถานการณ์ต่างๆ คบคนดี มีเหตุมีผล นำพาชีวิตมีความสงบ และความสุข”

พระสิริจริยาลังการ

พระสิริจริยาลังการ กล่าวและว่า “คนเราทุกวันนี้มักมีความคิดที่ไม่ถูกต้องนัก คือ ชอบมโน คิดไปเอง คิดไปเรื่อย คิดเป็นลบมากเกินไป ควรที่จะฝึกสติ ทำสมาธิ คือ รู้ตัว ระลึกได้ จะคิด จะทำอะไร ทั้งทางกาย วจี-คำพูด และมโน-จิตใจ การมีความคิดที่ดี เริ่มต้นจากตนเอง บนพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่ใช่เป็นคนโลกสวย นั่น คือ ไม่ฉลาด ต้องรู้เท่าทัน รู้จักแยกแยะ รู้ที่ไปที่มา ว่ามีเหตุมาจากอะไร อ่านใจคนเป็น คบคนดี มีความเป็นเหตุเป็นผล คิดดี ทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม “