นายวรรณชัย ชินผา อายุ 57 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้ม นครปฐม ถนนพิพิธ ตลาดโต้รุ่ง เขตเทศบาลเมืองปัตตานี เล่าถึงเหตุระเบิดเมื่อค่ำวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ช่วงเกิดเหตุการณ์ระเบิดตนกำลังยืนขายอยู่หน้าร้าน ช่วงเกิดเหตุประมาณ 19.00 น.เป็นช่วงที่ลูกค้าเริ่มเยอะ ลูกค้าจะเยอะจนถึงช่วงเวลา  21.00 น. เก็บร้านประมาณ 22.00 น.แม้จะเกิดเหตุการณ์แต่ตนก็ยังจะขายต่อไป เมื่อร้านเปิดขายปกติแล้วก็อยากให้ลูกค้ามาอุดหนุนเหมือนเดิม ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ร้านของตนเคยโดนระเบิดมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2550 ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 เปรียบเทียบครั้งนี้ค่อนข้างหนักกว่าที่ผ่านมา แม้ตนจะไม่ได้เจ็บอะไร แต่ลูก ๆ ที่ขายราดหน้าและน้ำปั่นได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งภรรยาของตนและลูกน้องที่เสริฟอาหารด้วย

berm-nuddle-01 14799765“จุดที่คนร้ายนำระเบิดมาวางเป็นบริเวณตู้ เพิ่งซื้อมา ตำแหน่งขายน้ำปั่น คนร้ายน่าจะนำมาวางสอดไว้ใต้ตู้ทำให้มองไม่เห็น คิดว่าคงจัดระบบภายในร้านใหม่จะปล่อยให้พื้นที่โล่ง ไม่มีตู้ หรือโต๊ะอะไรวางทิ้งไว้ จะใช้วิธีเข็นรถเข้ามาขายในพื้นที่เดิม ส่วนแนวทางการช่วยกันดูแลพื้นที่ก็ต้องช่วยกันสอดส่องดูแลกันมากขึ้นเพื่อความมั่นใจและปลอดภัย” นายวรรณชัย กล่าว

สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้ม นครปฐมนั้น เป็นร้านที่เปิดดำเนินการมานานกว่า 30 ปี ร้านของเขาเป็นที่รู้จักมักคุ้นของลูกค้าไทยพุทธเป็นอย่างดี เมนูเด็ดของร้านคือก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมูมะนาวรสเด็ด ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส ระยะหลังมีเมนูราดหน้า ผัดซีอิ้ว รวมถึงน้ำซุปของร้านก็มีรสชาติกลมกล่อมเป็นที่ถูกใจของลูกค้า ที่เรียกว่า “สัตว์ประหลาด” เนื่องจากเป็นน้ำซุปจากการต้มตีนไก่จนเปื่อย ร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้ม นครปฐมเคยถูกลอบวางระเบิดมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2550 เวลาประมาณ 20.00 น. ครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 18 ราย โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

ร้านก๋วยเตี๋ยวของเฮียเบิ้มนั้น ไม่ได้อยู่บริเวณใจกลางตลาดโต้รุ่ง ซึ่งเป็นจุดที่มีประชาชนไปจับจ่ายซื้ออาหารยามหัวค่ำ แต่เป็นร้านที่อยู่บริเวณทางเดินติดถนนพิพิธ อยู่ในซอยเล็ก ๆ ระหว่างร้านแว่นท็อปเจริญกับร้านขายยาอาคเนย์ฟามาซี ร้านเขาเป็นลักษณะร้านก๋วยเตี๋ยวแผงลอยทั่วไป มีโต๊ะเก้าอี้ให้ลูกค้านั่งรับประทาน แต่เวลาปิดร้านก็จะเก็บอุปกรณ์สำคัญ ๆ ไป ยังคงเหลือแผงลอยที่ยังเก็บไว้ที่เดิม โดยไม่ได้เคลื่อนย้ายไปด้วย แต่มีไวนีลคลุมไว้ปกปิดไว้เพื่อควาามเป็นระเบียบ ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ทำให้คนร้ายฉวยโอกาสยามเช้าตรู่ที่มีประชาชนไม่พลุกพล่านลักลอบนำระเบิดไปซุกไว้ที่ตู้น้ำปั่นดังกล่าว ระหว่างเกิดเหตุเขาเดินออกไปตักน้ำ ซึ่งอยู่ห่างจากจุดระเบิดพอสมควร จึงทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

14872446

ภาพจากกล้องวงจรปิดที่แสดงให้เห็นว่า มีคนร้าย 2 คนขับรถจักรยานยนต์เข้ามาจอดเทียบที่ด้านหน้าของร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้มนครปฐมในเวลา 05.40 น.ของเช้าตรู่วันที่ 24 ตุลาคม 2559 โดยคนร้ายที่นั่งด้านหลังลงไปซุกระเบิดไว้ที่บริเวณแผงลอยด้านหน้าร้านที่คลุมด้วยผ้าหรือไวนีล ทำให้สังเกตเห็นได้ยาก จากนั้นก็ขับออกไปอย่างรวดเร็ว ต่อมาเวลาประมาณ 19.00 น.ระเบิดก็เกิดขึ้น

ผู้ประกอบการร้านค้า ถนนพิพิธรายหนึ่ง กล่าวว่า เคยชินแล้วกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็รู้สึกตกใจ เป็นเรื่องปกติของชาวบ้านพอตกใจทีก็เงียบเหงาขายของไม่ได้เป็นอาทิตย์ 2 อาทิตย์ แล้วคนก็ค่อย ๆ กลับมา

“จริง ๆ ก็ไม่อยากให้มีเหตุการณ์ ยากอยู่เหมือนกันในการปิดช่องโหว่หรือช่องว่างของปัญหาที่เกิดขึ้น คนระวังกับคนจ้องมันต่างกัน สู้มันไม่ได้ ถึงจะรวมตัวกันก็เอาไม่อยู่ ยากนะ ระวังก็ยาก ไม่ไหว อยู่ก็ยาก ลำบาก อยากจะให้เจ้าหน้าที่ช่วย ช่วยกัน ทั้งชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ ทั้ง 2 ฝ่ายต้องช่วยกัน” ผู้ประกอบการร้านค้า ถนนพิพิธ กล่าว

ผู้ประกอบการร้านค้า ถนนพิพิธ อีกราย กล่าวบอกว่า ตนมีข้อเสนอหลายอย่างที่อยากเสนอทางเทศบาลเมืองปัตตานี และเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ โดยเฉพาะเรื่องการตรวจเช็คสภาพการทำงานของกล้องวงจรปิดให้มีประสิทธิภาพ แม้จะมีของใหม่แล้วก็ตาม และกล้องที่ได้ติดไปแล้วในพื้นที่ อยากให้มีการตรวจเช็คความพร้อม คุณภาพการทำงานให้ดีขึ้น

“อยากเสนอให้มีคนคอยตรวจสอบกล้องวงจรปิดตลอดเวลา ทำหน้าที่ประจำอยู่ตลอด พบเห็นพฤติกรรม ยานพาหนะ บุคคลที่ต้องสงสัย สามารถประสานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ช่วยตรวจสอบได้ทันทีแก้ไขก่อนเกิดเหตุ ตัวอย่างเมืองนอก อย่างมาเลเซีย หรือ สิงคโปร์ เขาไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่มาคอยประจำอยู่ตามแยกต่าง ๆ แต่เขามีกล้องวงจรปิดที่มีประสิทธิภาพ มีระบบการทำงานที่ดี มีเจ้าหน้าที่ประจำคอยตรวจสอบดูจากกล้อง ใครทิ้งขยะ ใครทำผิดกฎจราจร ใครทำอะไรไม่ดี เจ้าหน้าที่เขาก็มาทันที บังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ คิดว่าอย่างน้อยเราก็น่าจะทำได้ อยากให้มีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการมอนิเตอร์กล้องวงจรปิดทุกตัว และติดตั้งกล้องที่มีมุมรอบด้าน ดักทางเข้า ทางออก มุมต่าง ๆ ให้ครอบคลุม คิดว่าเป็นสิ่งที่จะช่วยป้องกันเหตุร้ายได้”ผู้ประกอบการร้านค้า ถ.พิพิธ กล่าวและว่า

14813305ส่วนการมีส่วนร่วมของประชาชน ตอนนี้ก็มีการตั้งกลุ่มไลน์ผู้ประกอบการถนนพิพิธกับทางเจ้าหน้าที่ก็ช่วยกันสังเกตถ่ายภาพสิ่งผิดปกติ หรือยานพาหนะที่มาจอด ส่งไปในไลน์กลุ่มผู้ประกอบการก็ช่วยกันอยู่แต่ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ใส่ใจมากขึ้นในการช่วยกันตรวจสอบหลังจากที่ผู้ประกอบการได้แจ้งหรือส่งไลน์ภาพเข้าไปในกลุ่มแล้ว อยากจะให้มีการทำงานกันอย่างจริงจังและเข้าใจปัญหาแม้ตรวจสอบแล้วยังไม่ใช่ อย่างน้อยก็ป้องกันไว้ก่อน ตนก็เข้าใจบางครั้งผู้ประกอบการก็ไม่มีเวลาเพราะทำมาค้าขาย แต่อย่างไรก็ตามก็จะช่วยกันเต็มที่ อยากเสนอให้ถนนทุกเส้นทางในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีตั้งกลุ่มไลน์ของตน ช่วยกันดูแลแต่ละเส้นทางแต่ละถนนร่วมกันรับผิดชอบกับทางเจ้าหน้าที่

ขณะที่ผู้ประกอบการร้านอาหาร ถนนพิพิธอีกคนหนึ่ง กล่าวว่า ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือ ลูกค้าหาย และจากการปิดถนนของทางเจ้าหน้าที่ อยากให้ปิดเท่าที่จำเป็น ไม่ควรปิดยาวต่อเนื่องนานเกินไปเพราะลูกค้าที่จะมากิน คนจะมาส่งของก็เข้ามาไม่ได้ อยากให้เห็นใจผู้ประกอบการบ้าง เพราะทุกคนก็ได้รับผลกระทบเหมือนกัน

14859347อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง
รวมพลังชาวปัตตานีและกลุ่มพลังมวลชน ทหาร อาสาสมัครรักษาดินแดนเมืองปัตตานีร่วมทำความสะอาดพื้นที่ หลังเหตุระเบิด บริเวณตลาดโต้รุ่ง

ภาคประชาชน และองค์กรสิทธิมนุษยชนประณามคนร้ายก่อเหตุในที่สาธารณะ ระบุโหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรม ขอให้เร่งจับกุมคนร้ายดำเนินคดีโดยด่วน พร้อมเรียกร้องให้หยุดกระทำต่อผู้บริสุทธิ์ เด็ก ผู้หญิง คนแก่ และคนที่ไม่มีอาวุธ

แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่เยี่ยมผู้บาดเจ็บเหตุระเบิดและตรวจสถานที่เกิดเหตุร้านก๋วยเตี๋ยวเบิ้มนครปฐม ตลาดโต้รุ่ง เมืองปัตตานี ล่าสุดเสียชีวิต 1 ราย รดน้ำศพบ่ายวันนี้ ณ สมาคมโกวิทยา ยังสาหัส 4 ราย ระบุเห็นคนร้ายชัดเจนจากกล้องวงจรปิด