ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา หัวหน้าสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานี กล่าวว่า เนื่องในโอกาส 50 ปีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วันที่ 13 มีนาคม 2560-13 มีนาคม 2561 และครบรอบ 25 ปีการส่งกระจายเสียงสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานี FM 107.25 MHz วันที่ 13 มีนาคม 2560 สถานวิทยุ ม.อ.ปัตตานีร่วมกับโรงพยาบาลปัตตานี และเหล่ากาชาดจังหวัดปัตตานี จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิตเพื่อประโยชน์เพื่อนมนุษย์ ในวันที่ 19 กันยายน 2560 เวลา 09.00-12.00 น. ณ บริเวณอาคารเรียนรวม 19 ม.อ.ปัตตานี สถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีจึงขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคโลหิต ตามวันเวลาและสถานที่ดังกล่าว และขอเชิญติดตามรับฟังการถ่ายทอดเสียงบรรยากาศการรับบริจาคโลหิตดังกล่าวได้ทางคลื่น FM 107.25 MHz ฟังออนไลน์ที่ www.psu10725.com

_MG_4634_resize

_MG_4651_resize

_MG_4674_resize

_MG_4685_resize

ภาพการ  “บริจาคโลหิตเพื่อประโยชน์เพื่อนมนุษย์” ในวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2558 ณ ห้องโถง สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ตั้งแต่ เวลา 08.30-12.00 น.

“ในโอกาสครบรอบ 25 ปี สถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีปีนี้ ทางสถานีฯ กำหนดจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์สอดคล้องตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนกในการถือประโยชน์เพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง จัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิตเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ โดยร่วมกับโรงพยาบาลปัตตานีและเหล่ากาชาดจังหวัดปัตตานี และเป็นโอกาสที่ดีจัดในวาระ 50 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และวันมหิดล 24 กันยายน 2560 ขอเชิญผู้สนใจทุกท่านร่วมกันทำความดีบริจาคโลหิตเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ ผู้ลงทะเบียนบริจาคโลหิต 50 ท่านแรก รับของที่ระลึกจากทางสถานีฯ”ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภีรกาญจน์กล่าว

รองศาสตราจารย์อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ รองอธิการบดี วิทยาเขตปัตตานี กล่าวกับผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีว่า ในโอกาส 25 ปีสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานี ถือว่าอยู่ในช่วงที่เข้มแข็ง ในฐานะผู้ฟังรายการและผู้ที่มีส่วนร่วมในการดูแล ขอชื่นชมในการทำหน้าที่ของทีมงานสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานี “คลื่นอาสาเพื่อประโยชน์เพื่อนมนุษย์” ไม่ได้ได้มาโดยการที่สถานีวิทยุฯ กำหนดขึ้นมาเอง แต่เป็นการยินยอมพร้อมใจของคนที่ยอมรับต่อสมญานามดังกล่าว ยอมรับต่อคลื่นอาสาเพื่อประโยชน์เพื่อนมนุษย์

Imjitr Lertpongsombat

“บทบาทของสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานี มีกิจกรรมที่ทำทั้งในส่วนที่เป็นภารกิจหลักสื่อสาธารณะ ในขณะเดียวกันสถานีวิทยุยังทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมด้วย ไม่ใช่เป็นการส่งข้อมูลไปฝ่ายเดียว แต่เป็นการเชื่อมโยงผู้ส่งข่าวสารกับผู้รับสารผ่านกิจกรรมที่หลากหลายรูปแบบ มีการเอื้อซึ่งกันและกัน เข้าใจไปถึงใจของคนฟัง เข้าใจคนที่เป็นผู้รับสาร แม้แต่เข้าใจไปถึงใจของคนที่ต้องการความช่วยเหลือ”รองศาสตราจารย์อิ่มจิตกล่าว

ชมภาพกิจกรรมการบริจาคโลหิตเมื่อช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้สำหรับท่านใดที่ประสงค์จะบริจาคโลหิต  ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย มีข้อแนะนำ ดังนี้

การเตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิต

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ในเวลานอนปกติของตนเอง ในคืนก่อนวันที่จะมาบริจาคโลหิต
  • สุขภาพสมบูรณ์ทุกประการ ไม่เป็นไข้หวัด หรืออยู่ระหว่างรับประทานยาแก้อักเสบใด ๆ
  • รับประทานอาหารมื้อหลัก ก่อนมาบริจาคโลหิต หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ อาหารที่ประกอบด้วยกะทิ แกงต่างๆ ของทอด ของหวาน ฯลฯ เนื่องจากจะทำให้สีของพลาสมาผิดปกติเป็นสีขาวขุ่น ไม่สามารถนำไปใช้ได้
  • ดื่มน้ำ 3-4 แก้ว และเครื่องดื่มเหลวเพิ่ม เช่น น้ำผลไม้ นม น้ำหวาน เพื่อเพิ่มปริมาณ โลหิตในร่างกาย จะช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อน เช่น มึนงง อ่อนเพลีย หรือวิงเวียนศีรษะภายหลังบริจาคโลหิต
  • งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ก่อนมาบริจาคโลหิตอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคโลหิต 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี

ขณะบริจาคโลหิต

  • สวมใส่เสื้อผ้าที่แขนเสื้อไม่คับเกินไป สามารถดึงขึ้นเหนือข้อศอกได้อย่างน้อย 3 นิ้ว
  • เลือกแขนข้างที่เส้นโลหิตดำใหญ่ชัดเจน ที่สามารถให้โลหิตไหลลงถุงได้ดี ผิวหนังบริเวณที่จะให้เจาะ ไม่มีผื่นคัน หรือรอยเขียวช้ำ ถ้าแพ้ยาทาฆ่าเชื้อ เช่น แอลกอฮอล์ ให้แจ้ง เจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า
  • ทำตัวตามสบาย อย่ากลัว หรือวิตกกังวล
  • ไม่ควรเคี้ยวหมากฝรั่ง หรืออมลูกอมขณะบริจาคโลหิต
  • ขณะบริจาคควรบีบลูกยางอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้โลหิตไหลได้สะดวก หากมีอาการ ผิดปกติ เช่น ใจสั่น วิงเวียน มีอาการคล้ายจะเป็นลม อาการชา อาการเจ็บที่ผิดปกติ ต้องรีบแจ้งให้พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ในบริเวณนั้นทราบทันที
  • หลังบริจาคโลหิตเสร็จเรียบร้อยนอนพักบนเตียงสักครู่ ห้ามลุกจากเตียงทันที อาจทำให้เวียนศีษะเป็นลมได้ ให้นอนพักสักครู่จนกระทั่งรู้สึกสบายดี จึงลุกไปดื่มน้ำ และรับประทานอาหารว่างที่จัดไว้รับรอง

หลังบริจาคโลหิต

  • ดื่มเครื่องดื่มที่มีบริการให้ ดื่มน้ำมากกว่าปกติ เป็นเวลา 1 วัน
  • หลีกเลี่ยงการทำซาวน่า หรือออกกำลังกายที่ต้องเสียเหงื่อมากๆ งดใช้กำลังแขนข้างที่เจาะ รวมถึงการหิ้วของหนักๆ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ภายหลังการบริจาคโลหิต เพื่อป้องกันการบวมช้ำ
  • ไม่ควรรีบร้อนกลับ ควรนั่งพักจนแน่ใจว่าเป็นปกติ หากมีอาการเวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม หรือรู้สึกผิดปกติ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบทันที
  • ถ้ามีโลหิตซึมออกมาจากรอยผ้าปิดแผล อย่าตกใจ ให้ใช้นิ้วมืออีกด้านหนึ่งกดลงบนผ้าก๊อส กดให้แน่นและยกแขนสูงไว้ประมาณ 3-5 นาที หากยังไม่หยุดซึมให้กลับมายังสถานที่บริจาคโลหิตเพื่อพบแพทย์หรือพยาบาล
  • ผู้บริจาคโลหิตที่ทำงานปีนป่ายที่สูง หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล ควรหยุดพัก 1 วัน
  • รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง และรับประทานยาธาตุเหล็กที่ได้รับวันละ 1 เม็ด จนหมด เพื่อป้องกันการขาดธาตุเหล็ก