นายดลยา สะแลแม เครือข่ายเฝ้าระวังภัยพิบัติลุ่มน้ำสายบุรี กล่าวกับสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีว่า ชุมชนมีการติดตามข้อมูลสภาวะอากาศผ่านทางกรมอุตุนิยมวิทยา และเครือข่ายเฝ้าระวังภัยพิบัติลุ่มน้ำปัตตานี (โครงการการพัฒนาศักยภาพกลไกชุมชนและเครือข่ายทางสังคมเพื่อการจัดการสาธารณภัย : กรณีศึกษาอ่าวปัตตานี หรือ PB Watch) โดยมี ดร.สมพร ช่วยอารีย์ ภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.อ.ปัตตานี เป็นหัวหน้าโครงการฯ ที่ผ่านมาเครือข่ายฯ ได้นำความรู้จาก PB Watch ไปวางแผนจัดการรับมือกับภัยพิบัติธรรมชาติ เช่น สร้างกระบวนการเรียนรู้แก่อาสาสมัคร ซ้อมแผนในการรับมือ เน้นให้ชุมชนมีการจัดการตัวเองที่ดีเพื่อเตรียมความพร้อม

Donya Salaema 01

“เครือข่ายฯ มีการติดตามข้อมูล และเตรียมคนเพื่อเฝ้าระวังปริมาณน้ำฝนที่ตกในลุ่มน้ำสายบุรี โดยจะมีเครือข่ายฯตั้งแต่จังหวัดนราธิวาสบริเวณพื้นที่ป่าต้นน้ำที่ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส และทุกอำเภอในเขตลุ่มน้ำสายบุรี อาสาสมัครจะเฝ้าระวัง แจ้งเตือนผ่านกลไกการทำงานคณะทำงานเฝ้าระวังเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง กำหนดจุดรวมพล การวางแผน ซักซ้อม หากเกิดน้ำท่วม หรือวาตภัยรุนแรง มีจุดศูนย์กลางตรงไหน ใครจะต้องทำอะไร อย่างไร”นายดลยากล่าวและว่า

สิ่งสำคัญ คือ ชุมชนต้องมีความรู้ และสามารถจัดการตนเองได้ ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพราะถ้าชุมชนไม่มีการจัดการตนเองที่ดีอาจเกิดปัญหาความขัดแย้งในชุมชนได้ กรณีการแจกถุงยังชีพ อาจทำให้เกิดความรู้สึกขัดแย้งภายใน เช่น บ้านนี้ได้ บ้านนี้ไม่ได้ หรือ บางบ้านได้มากได้น้อย ก็ทำให้เกิดความรู้สึกระทบในใจ และอาจมีผลกระทบอย่างอื่นตามมา

 

นอกจากนี้มองว่าข้อมูลแผนที่ชุมชนต้องมีการขยายผลให้ชุมชนรับรู้ร่วมกันทั้งหมด ชุมชนมีงบประมาณ หรือ กองทุนของชุมชนเองเพื่อการวางแผนจัดการได้อย่างยั่งยืน ส่วนการทำงานเชื่อมประสานกับหน่วยงานภาครัฐหรือท้องถิ่น มองว่าแต่ละหน่วยงานต้องรู้บทบาทตัวเอง เข้าใจภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ชุมชนที่มีการจัดการตนเองที่ดีสามารถทำงานเชื่อมประสานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ ความล่าช้าก็จะไม่เกิดขึ้น

“สิ่งที่มองต่อไปในอนาคต คือ การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการด้านภัยพิบัติครบทุกมิติ มีการจัดการที่ดี ชุมชนกำหนดกติกา เข้าใจ ยอมรับ และปฏิบัติร่วมกัน ข้อเสนอเชิงนโยบายต้องการให้ภาครัฐมีการจัดการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ เช่น ผลกระทบที่มาจากโครงการพัฒนาของรัฐ โครงการชลประทาน การก่อสร้างถนน โครงการพัฒนาต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม เช่น ปิดกั้นเส้นทางไหลของน้ำ การถมที่ดินสร้างบ้าน แหล่งที่อยู่ของชาวบ้าน ต้องมีการจัดการ ทำความเข้าใจกับชุมชน แก้ปัญหาทั้งระบบ เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”นายดลยากล่าว