ดร.สมพร ช่วยอารีย์  อาจารย์ประจำภาควิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.อ.ปัตตานี และหัวหน้าโครงการการพัฒนาศักยภาพกลไกชุมชนและเครือข่ายทางสังคมเพื่อการจัดการสาธารณภัย : กรณีศึกษาอ่าวปัตตานี (PB Watch) กล่าวกับสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีว่า ช่วงนี้เป็นฝนปกติตามฤดูกาล ไม่น่าเป็นห่วง หลังจากที่พายุดีเปรสชั่นก่อนหน้านี้ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ และสลายตัวที่อ่าวเบงกอล ตอนนี้เฝ้าติดตามพายุดีเปรสชั่นอีกลูกแถวประเทศฟิลิปปินส์มีแนวโน้มเคลื่อนตัวมาทางทะเลจีนใต้ คงต้องมีการติดตามข่าวสารและเฝ้าระวังต่อไป

Somporn Ch

“สิ่งสำคัญ คือ พี่น้องประชาชนต้องรู้เท่าทันว่าตอนนี้แผนที่อากาศมีอะไรอยู่บ้าง ครอบครัวของตนเองมีความเสี่ยงอะไร ฝนอยู่ที่ไหนดูภาพใหญ่ แล้วมาดูภาพย่อย ระดับครัวเรือน ระดับจังหวัด ระดับภาค เราควรมีการเตรียมการ วางแผน รับมือไว้ล่วงหน้า เช่น เตรียมพร้อมด้านไฟฟ้า แสงสว่าง น้ำดื่ม อาหาร แก๊สหุงต้ม ต้องคิดเผื่อว่าถ้าไฟดับ น้ำไม่ไหล เราจะอยู่ได้อย่างไร”ดร.สมพรกล่าวและว่า

QR Code 01

QR Code 02

ประเมินว่ามิติการตั้งรับของภาคประชาชนดีขึ้นถ้าเทียบกับเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติเมื่อปี 2553 ตอนนั้นชาวบ้านไม่รู้ว่าต้องทำอะไร อย่างไร หลังจากนั้นมีการขับเคลื่อน โครงการฯ ชาวบ้านเข้ามาอบรม ศึกษา เรียนรู้ ฝึกทดลองทำเพื่อการเฝ้า รวมตัวกันเป็นเครือข่ายฯ เฝ้าระวังภัยพิบัติลุ่มน้ำปัตตานี น่าสนใจว่าช่วง1-2 ปีที่ผ่านมา เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ชาวบ้านเริ่มมีการส่งข้อมูลเข้ามาผ่านทางไลน์ เฟซบุ๊ก ปีนี้เริ่มมีการสแกน QR Code ข้อมูลสำหรับดูระบบสารสนเทศเฝ้าระวังภัยพิบัติกับระบบพีบีวอทช์ได้ดีขึ้น เข้าถึงได้รวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์ข้อมูล ฝึกการนำข้อมูลไปใช้ในการตรวจสอบ วางแผน การดำเนินชีวิตประจำวัน การประกอบอาชีพ และเฝ้าระวังรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ