นายสนั่น สนธิเมือง ผู้อำนวยการสำนักประสานนโยบายสังคมจิตวิทยา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวว่า สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2550 มอบหมายให้  ศอ.บต.เป็นหน่วยงานหลักในการประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาของประชาชนในหมู่บ้าน ตำบล และมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2552 เห็นชอบแผนการพัฒนาพื้นที่พิเศษ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปี 2552-2555 ให้ขยายพื้นที่ครอบคลุม 2,896 หมู่บ้าน 396 ตำบล ใน 52 อำเภอ ของ 5 จังหวัด ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน ศอ.บต. ได้ปรับพื้นที่ดำเนินการหมู่บ้านเป้าหมาย ตามประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 การเสริมสร้างความเข้มแข็งของหมู่บ้าน ชุมชน ในการร่วมสร้างสันติสุข เพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2558-2560 ในภารกิจงานพัฒนาศักยภาพพื้นที่และคุณภาพชีวิตของประชาชน ศอ.บต. จึงได้ดำเนินการจัดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนระดับหมู่บ้านจังหวัดชายแดนภาคใต้ (พนม.) เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี นโยบาย และยุทธศาสตร์ โดยดำเนินการภายใต้กรอบแนวคิด การสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพพื้นที่และคุณภาพชีวิตของประชาชน ทุกกลุ่ม ตลอดจนกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่

 

Mani

กิจกรรมสร้างฝายและประปราภูเขาเพื่อพี่น้องมานิในพื้นที่ จ.ตรัง เมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา
(ภาพนี้เผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อ นายระบือ นอกคอก ท่านสามารถชมภาพต้นฉบับที่นี่)

สำหรับการเข้าไปส่งเสริมและพัฒนาคุฯภาพชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์มานิในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น นายชุมพล โพธิสาร นักวิจัยกลุ่มชาติพันธุ์มานิ (โอรัง อัสลี่) สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวกับสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า ในภาคใต้ของประเทศไทยมีชนพื้นเมืองอยู่หลัก ๆ คือ กลุ่มคนที่อาศัยอยู่บนคาบสมุทร เรียกว่า กลุ่ม “มานิ” แปลว่า คน และ“โอรัง อัสลี่”แปลว่า คนพื้นเมือง อีกส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มชาวเลย์ หรือชาวมอร์แกน ทั้งนี้เป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ได้ดำเนินการในครั้งนี้ภายใต้การสนับสนุนของ ศอ.บต. ได้แก่ ยะลา และนราธิวาส โดยกลุ่ม “กลุ่มมานิ” หรือจังหวัดชายแดนภาคใต้เรียกว่า “โอรัง อัสลี่” เป็นกลุ่มชนพื้นบ้านดั้งเดิมที่อาศัยในคาบสมุทรภาคใต้ไปจนถึงคาบสมุทรมาลายูมาแล้ว ประมาณ 25,000 ปี ปัจจุบันยังมีอยู่ในพื้นที่จังหวัดยะลาแถบตำบลอัยเยอร์เวง เบตง ธารโต บริเวณรอบ ๆ เขื่อนบางลาง และเขตบ้านฉลองชัย อำเภอบันนังสตา เป็นต้น ด้านฝั่งจังหวัดนราธิวาส ได้แก่ อำเภอจะแนะ แถบตำบลช้างเผือก บ้านไอร์กาเวาะ และอำเภอสุคิริน

นายชุมพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ชาวมานิเป็นกลุ่มชนที่มีวัฒนธรรมแบบหาของป่า-ล่าสัตว์ในผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ แต่ปัจจุบันนี้ ความเปลี่ยนแปลงภายนอก ทั้งทางด้ายกายภาพและสังคม ได้เปลี่ยนแปลงไปทำให้ชนกลุ่มนี้มีลักษณะการดำรงชีวิต เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่มีวิถีชีวิตแบบเคลื่อนย้ายอพยพหาของป่าล่า สัตว์แบบดั้งเดิม กลุ่มหาของป่า ล่าสัตว์กึ่งสังคมหมู่บ้าน กลุ่มสังคมหมู่บ้านเต็มรูปแบบ โดยจำนวนกลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าวที่อาศัยอยู่รวมทั่วประเทศจำนวน 670 คน และในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้จำนวน 320 คน

Chumpol Pothisarn

“เขาอยากให้เราเรียกว่ามานิ หรือโอรัง อัสลี่ มากกว่า เพราะคำว่าซาไกเป็นเหมือนคำดูถูก คำว่าซาไกเป็นภาษาที่ชาวมาเลเซียใช้เรียกกลุ่มชาติพันธุ์นี้ มันแปลว่า ทาส ซึ่งปัจจุบันในประเทศมาเลเซียก็ไม่นิยมใช้คำนี้กันแล้ว และมาเลเซียเองก็เป็นประเทศที่ให้สิทธิความเป็นพลเมืองของประเทศเป็นอันดับแรกมากกว่ากลุ่มภูมิบุตราเสียด้วยซ้ำ” นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลกล่าว

อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง

ทั้งนี้จากการที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ภาคใต้ และได้พบชาวกลุ่มมานิจากเขาบรรทัดและบันนังสตา ทรงมีพระดำรัสเป็นห่วงในด้านวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์มานิในพื้นที่ชายแดน ที่อาจตกเป็นเครื่องมือของผู้อื่นในการแสวงหาผลประโยชน์และถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยเบื้องต้นจะดำเนินการศึกษาข้อมูลพื้นฐานทั่วไปเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์มานิในพื้นที่จังหวัดยะลาและจังหวัดนราธิวาสตามโครงการสำรวจและพัฒนาข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์มานิ เพื่อนำไปสู่การวางแผนการขับเคลื่อนงานในเชิงปฏิบัติการและสร้างความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นในด้านวิถีชีวิต วัฒนธรรม สิทธิขั้นพื้นฐาน และการได้รับการปกป้องช่วยเหลือต่อไป