ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงค่ำนี้ จะมีการปล่อยตัว 15 ผู้ต้องหาจากการชุมนุมเพื่อนำหนังสือมายื่นให้แก่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาทบทวนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตศรีวิชัย อ.เมือง จ.สงขลา หลังจากเมื่อวานนี้ศาลไม่ให้ประกันตัว เนื่องจากหลักทรัพย์ไม่เพียงพอ โดยต้องใช้หลักทรัพย์ค่อนข้างสูงถึงคนละ 90,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,350,000 บาทแต่วันนี้นักวิชาการจากหลายมหาวิทยาลัยทั้งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยทักษิณได้ใช้ตำแหน่งประกันตัวผู้ต้องหาแทน ส่วนเยาวชนวัย 16 ปีที่ถูกจับด้วยได้รับการปล่อยตัวไปก่อนหน้านี้ด้วยวงเงินประกัน 5 พันบาท

วันนี้ยังได้มีการเปิดบัญชีเป็นกองทุนสู้คดีเทใจให้เทพาด้วย โดยเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ สาขามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เลขที่บัญชี 565-491810-0 ชื่อบัญชี บัญชี นายธีรวัฒน์ ขวัญใจ และ/หรือนายสินาค ตรีวรรณไชย และ/หรือนางสาวอิสรา เจียมวิท

Thepha 28

Thepha fund 01

ส่วนพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลาได้ตั้ง 3 ข้อหาผู้ต้องหาดังกล่าว ประกอบด้วย 1.ร่วมกันปิดกั้นทางหลวง หรือกระทำด้วยประการใดบนทางหลวงในลักษณะที่อาจเกิดอันตราย หรือเสียหายแก่ยานพาหนะ มีบุคคลเดินขบวนในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร ตาม พ.ร.บ.ทางหลวง แลจราจร 2.ร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปต่อสู้ ขัดขวางการจับกุม และร่วมกันทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าพนักงาน ซึ่งกระทำการตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย และ3.พาอาวุธไม้คันธงปลายแหลมไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร

ด้านเครือข่ายนักวิชาการภาคใต้ได้ออกแถลงการณ์ในวันนี้กรณีสลายการชุมนุมเกินกว่าเหตุที่กระทำต่อเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินได้ออกเดินเท้าจาก ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 3 ณ จังหวัดสงขลา เพื่อแสดงเจตจำจงให้ยกเลิกการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ตือโละปาตานี แต่ได้มีการใช้กำลังโดยเจ้าหน้าที่ขัดขวางและสลายการชุมนุมในวันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน 2560 เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ และมีผู้ร่วมชุมนุมถูกดำเนินคดีทั้งสิ้น 16 ราย

Thepha 2017 02

โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ชายฝั่งตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ซึ่งใช้พื้นที่กว่า 2,850 ไร่ เพื่อผลิตไฟฟ้า 2,200 เมกะวัตต์ ถูกอนุมัติตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ปี 2558-2573 หรือ PDP2015 โดยกระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ในโลกปัจจุบันซึ่งมุ่งสู่การพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน และส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนระดับชุมชน

การดำเนินการตลอด 4 ปี ที่ผ่านมา มีปัญหามากมาย ทั้งการไม่มีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริงในการรับฟังความคิดเห็นทั้ง 3 ครั้ง กระบวนการศึกษา EHIA มีความบกพร่อง ไม่ครอบคลุม และพบข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงจำนวนมาก นอกจากนี้กระบวนการอนุมัติโครงการมีการแยกส่วนการศึกษา EHIA โดยให้ ครม.อนุมัติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาก่อนในขณะที่ EHIA ของท่าเรือขนถ่านหินยังไม่ผ่านการพิจารณาและต้องดำเนินการแก้ไข

การพัฒนาในพื้นที่ภาคใต้แนวทางตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาประเทศไทย 4.0 และประชารัฐ ควรที่จะสอดคล้องกับกระบวนทัศน์การพัฒนาตามมาตรฐานจริยธรรมสากลในการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal : SDGs) ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนประเทศไทยลงนามไว้ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ และการแก้ไขปัญหาความเดือนร้อน การตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน จะต้องกระทำโดยกระบวนการทางการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยและไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพและอนามัยของประชาชน

Thepha 2017 03

เครือข่ายนักวิชาการภาคใต้ มีข้อคิดเห็นและข้อเรียกร้องต่อกรณีที่เกิดขึ้น ดังนี้
1. ประณามการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งไม่มีความชอบธรรมและเป็นไปอย่างอำเภอใจ ขัดกับหลักการสิทธิมนุษยชนที่รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ และเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่ดำเนินคดีต่อชาวบ้าน และปล่อยตัวอย่างไม่มีเงื่อนไข

2.ยืนยันในเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนโดยการชุมนุมอย่างสงบเปิดเผย และปราศจากอาวุธ ซึ่งได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญ เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินจึงมีสิทธิอันชอบธรรมทุกประการในการแสดงออกซึ่งการไม่เห็นด้วยต่อโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ทั้งนี้ ในการชุมนุมโดยการเดินเท้าที่ผ่านมา ทางเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 ทุกประการ อีกทั้งการชุมนุมก็เป็นไปอย่างสงบและปราศจากอาวุธ

3.ยืนยันในหลักการพื้นฐานที่สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิด ดังนี้ การปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไขในระหว่างสอบสวนจึงเป็นหลักการที่ต้องยึดถือปฏิบัติ การเรียกหลักประกันหรือการควบคุมตัวระหว่างสอบสวนเป็นเพียงข้อยกเว้นที่ต้องใช้เพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

4.ขอให้รัฐบาลทบทวนการดำเนินการตามนโยบายและโครงการพัฒนาในพื้นที่ภาคใต้ที่จะส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ละเมิดสิทธิมนุษยชน และหลักมนุษยธรรม ระงับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินในพื้นที่อำเภอเทพาอย่างเร่งด่วนเพื่อระงับความขัดแย้งที่กำลังบานปลาย ทั้งนี้เพื่อให้การพัฒนาพื้นที่ภาคใต้เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

5.ขอให้รัฐบาลส่งเสริมและสนับสนุนวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อให้บรรลุ “ภาคใต้แห่งความสุขอย่างยั่งยืน” ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงในชีวิต แหล่งผลิตอาหาร การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น “คืนบรรยากาศประชาธิปไตย ด้วยการเคารพอย่างมั่นคงจริงใจในโรดแมป (Road Map) การเลือกตั้ง และไม่ใช้อำนาจในลักษณะที่ริดรอนสิทธิเสรีภาพและไม่ใช้อำนาจที่ทำให้เกิดความหวาดกลัว”

อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง

“เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน” เริ่มต้นเดินเท้าจากเทพาไปพบนายกรัฐมนตรีในการประชุม ครม.สัญจรวันอังคารที่ 28 พ.ย.นี้ที่ อ.เมืองสงขลา

มูลนิธิภาคใต้สีเขียวและเครือข่ายอาสารักษ์สิ่งแวดล้อมจะนะ-เทพาจัดค่ายรักษ์เทพา นำ นศ.ลงพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน พบ “คลองตูยง-ป่าชายเลน-ชายหาด” ยังสมบูรณ์ ชาวบ้านจับปลาด้วยมือเปล่า งมหอยนางรมในธรรมชาติได้

แถลงการณ์เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้ วันที่ 24 พ.ย.2560