ชมรมนักวิชาการเพื่อการพัฒนา นำโดยรองศาสตราจารย์ ดร.ภิญโญ มีชำนะ ประธานชมรม อดีตอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยส่งจดหมายเรียนนายกรัฐมนตรี เรื่อง สนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน อ.เทพา จ.สงขลา ส่วนหนึ่งของจดหมายดังกล่าว ระบุว่า จากการเดินทางไปศึกษาดูงานในหลายประเทศทั่วโลกยังไม่มีรายงานผลกระทบด้านสุขภาพต่อประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบโรงไฟฟ้าถ่านหินอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงโรงไฟฟ้าถ่านหิน 2 แห่งในประเทศไทยด้วย ทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินของบริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด และบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

จดหมายดังกล่าวยังระบุว่า การที่มีผู้คัดค้านโครงการดังกล่าวอาจเป็นผู้ที่ไม่ทราบหรือไม่เข้าใจข้อมูลอย่างถูกต้อง โดยขอให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมาย เนื่องจากการโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพาได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย

support coal 06

 

support coal 01

support coal 07

 

support coal 02

support coal 03

support coal 04

support coal 05

อ่านข้อมูล ถ่านหินคืออะไร

1458571691883

โรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดใหญ่ 1,000 เมกะวัตต์ในประเทศมาเลเซีย คลิกดูภาพต้นฉบับ

แถลงการณ์เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้ วันที่ 24 พ.ย.2560

เรื่อง การพัฒนาภาคใต้ที่ยังยืนและเป็นสุข

กราบเรียน นายกรัฐมนตรี

ตามที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อประชุมคณะรัฐมนตรี และติดตามการปฏิบัติงานตามนโยบายและการพัฒนาขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้โครงการสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ในระหว่างวันที่ 27-28 พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ณ จังหวัดปัตตานี และสงขลา นั้น

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้ ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของนักวิชาการ นักวิจัยในมหาวิทยาลัยต่างๆ ของภาคใต้ ได้ติดตามการนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการดำเนินงานของรัฐบาลมาโดยตลอด มีความเห็นว่านโยบาย ยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้ ได้ให้ความสำคัญกับการลงทุนทางภาคอุตสาหกรรม โครงข่ายคมนาคม และพลังงาน รวมถึงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค และนโยบายการพัฒนาต่างๆ ตามแนวทางตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาประเทศไทย 4.0 และประชารัฐ อาจส่งผลกระทบกับวิถีชีวิต เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของกลุ่มคนต่างๆในภาคใต้ในระยาว ขณะที่ปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตในประจำวันก็ไม่ได้การตอบสนองจากรัฐบาลแต่อย่างใด

ดังนั้นเพื่อให้เกิดกำหนดนโยบาย ทิศทาง และยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้ ของรัฐบาลสอดคล้องกับกระบวนทัศน์การพัฒนาที่เป็นมาตรฐานจริยธรรมสากล ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goal : SDGs) ที่ประเทศไทย โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ไปพร้อมๆ กับการแก้ไขปัญหาความเดือนร้อน การตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ด้วยกระบวนการ และวิธีการทางเมืองที่เป็นประชาธิปไตย

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้ จึงขอเสนอแนะ ดังนี้

  1. เร่งรัดการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของเกษตรกร อันเนื่องมาจากราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคายางพารา และราคาปาล์มน้ำมัน ซึ่งรัฐบาลยังไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในระยะสั้นและระยาว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการ “ไม่รู้สึกใส่ใจใยดีต่อชีวิตและปากท้องของเกษตรกร” ทั้งเมื่อมีความพยายามในการแสดงความคิดเห็นหรือเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ของเครือข่ายเกษตรฯ กลับถูกปิดกั้นจากหน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด จึงขอให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาของเกษตรกรอย่างจริงจัง โดยตระหนักว่าการแก้ไขปัญหาใดของเกษตรคือวาระสำคัญของรัฐบาล ที่ต้องอาศัยพลังความร่วมมือ การระดมองค์ความรู้ และนับความรู้ของเกษตรกรเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการแก้ไขปัญหา
  2. ในสถานการณ์เฉพาะหน้า ขอให้ “ทบทวนการดำเนินโยบายและโครงการใดๆในภาคใต้” ที่อาจส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ละเมิดสิทธิมนุษยชน และหลักมนุษยธรรม ไม่ว่าจะเป็นโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหิน ที่มีรายงานวิจัยยืนยันถึงผลกระทบและส่งผลเชื่อมโยงต่อการทำลายศักยภาพของภาคใต้อย่างชัดเจนแล้ว รวมทั้งปัญหาความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเร่งด่วน
  3. ให้รัฐบาล “ทบทวนนโยบาย ทิศทาง และยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคใต้ทั้งระบบ” โดยจัดให้มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยบูรณาการมิติด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี การเปรียบเทียบทางเลือกที่เหมาะสม รวมถึงความเชื่อมโยงกับโครงการอื่นๆ ไม่ว่า โครงการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาประเทศไทย 4.0 โครงการประชารัฐ และโครงการที่เกิดขึ้นจากการยกเว้นการบังคับใช้กฎหมาย และ / หรือการใช้กฎหมายพิเศษ ตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว ด้วยหลักการ กระบวนการส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆของสังคม โดยในชั้นต้นควรเปิดเผยข้อมูลข่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการทั้งหมดที่จะช่วยให้ “ภาพรวมการพัฒนา” แก่สาธารณะชนอย่างตรงไปตรงมา
  4. ส่งเสริม และสนับสนุนการวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อให้บรรลุ “ภาคใต้แห่งความสุขอย่างยั่งยืน” ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงในชีวิต แหล่งผลิตอาหาร การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น การสร้างนวัตกรรมพัฒนาเศรษฐกิจ และการประกอบการฐานราก อันเป็นศักยภาพ ทุน ภูมิทัศน์วัฒนธรรม และการพัฒนาของภาคใต้ที่มีมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ควรสร้าง / เปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของประชาชน ประชาสังคมในภาคใต้ ในการเข้ามากำหนดอนาคตภาคใต้อย่างทั่วถึง กว้างขวาง และครอบคลุม
  5. ข้อเสนอในข้างต้นสัมพันธ์ และโยงใยอย่างยิ่งยวดกับ “ระบบการเมืองแบบเปิดเป็น ประชาธิปไตย” ดังนั้นรัฐบาล และคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ต้อง “คืนบรรยากาศประชาธิปไตย ด้วยการเคารพอย่างมั่นคง จริงใจในโรดแมบ (Road Map) การเลือกตั้ง และ ไม่ริดรอน สิทธิ เสรีภาพ และการใช้อำนาจที่ทำให้ประชาชนหวาดกลัว”

ขอแสดงความนับถือ
เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้

อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง
เตรียมปล่อย 15 ผู้ต้องหา “คดีเทใจให้เทพา” คืนนี้ นักวิชาการใต้แถลงการณ์ชี้ให้เห็นข้อบกพร่องแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ปี 2558-2573 และ EHIA ที่ไม่ตรงข้อเท็จจริง

“เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน” เริ่มต้นเดินเท้าจากเทพาไปพบนายกรัฐมนตรีในการประชุม ครม.สัญจรวันอังคารที่ 28 พ.ย.นี้ที่ อ.เมืองสงขลา