ตามที่ นายหวันอับดุลรอณี เหละดุหวี ผู้จัดการใหญ่สหกรณ์อิสลาม อิบนูอัฟฟาน จำกัด ออกประกาศสหกรณ์ฯ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาในจดหมายดังกล่าวระบุว่า มีผู้ที่เคยเป็นสมาชิกสหกรณ์อิสลาม อิบนูอัฟฟาน จำกัด แอบอ้างว่าได้รับหน้าที่ให้เป็นผู้แทนสหกรณ์ ทำหน้าที่เก็บค่าหุ้น เงินฝาก เงินสมทบ รับชำระหนี้และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ นำส่งสหกรณ์ และเป็นสื่อกลางระหว่างสหกรณ์ฯ กับสมาชิก ซึ่งบุคคลดังกล่าวได้อ้างชื่ออดีตกรรมการสหกรณ์ และได้ทำการชักชวนให้สมาชิกลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนสูง

หนังสือดังกล่าวระบุอีกว่า พฤติการณ์ที่มีลักษณะการแจ้ง หรือชักชวนผ่านบุคคลให้นำเงินมาลงทุนผ่านผู้แอบอ้างรายนี้เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนในรูปของเงินอีกจำนวนหลายเท่าตัว เช่น ลงทุน 10,000 บาท ได้รับผลตอบแทนเป็นเงิน 1,000,000 บาท ลักษณะดังกล่าวสิ่งที่ผิดหลักการชารีอะฮ์ สหกรณ์ฯ ไม่สามารถดำเนินการได้ และสหกรณ์อิสลาม อิบนูอัฟฟาน จำกัด ไม่มีผลิตภัณฑ์และบริการในลักษณะดังกล่าว จึงขอเตือนสมาชิกทุกท่านอย่าได้หลงคำชักชวนแอบอ้างดังกล่าว

25519845_

ต่อมาสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานี ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงไปยังสหกรณ์อิสลาม อิบนูอัฟฟาน จำกัด เพื่อขอสัมภาษณ์ผู้จัดการใหญ่เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่งานบริหารทั่วไปของสหกรณ์ฯ รายหนึ่งให้ข้อมูลว่ามีเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นจริงตามที่ระบุไว้ในหนังสือที่สหกรณ์ได้แจ้งเตือนประชาชน แต่ผู้จัดการใหญ่ของสหกรณ์ฯ ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพ

สถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานี จึงประสานงานไปยังบุคคลที่ถูกนำชื่อมาแอบอ้าง ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.วรวิทย์ บารู อดีตกรรมการสหกรณ์ฯ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดปัตตานี และอดีตอาจารย์วิทยาลัยอิสลามศึกษา ม.อ.ปัตตานี โดยผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.วรวิทย์ กล่าวปฏิเสธว่า ตนไม่มีส่วนรับรู้หรือเกี่ยวข้องใด ๆ ตามที่มีผู้นำชื่อตนไปแอบอ้างถึง

Worrawit Baru

อดีตกรรมการสหกรณ์ฯ กล่าวกับสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีว่า ตอนที่ทราบข่าวนั้นตนอยู่กรุงเทพฯ มีสมาชิกสหกรณ์ฯ ที่หวังดี รู้จักตนโทรศัพท์มาแจ้งตนว่ามีอดีตสมาชิกสหกรณ์ฯ รายหนึ่งไปบอกชาวบ้านให้นำเงินมาร่วมลงทุนมาแล้วจะได้ผลตอบแทนสูง และบุคคลดังกล่าวมีการอ้างชื่อตนว่า เป็นผู้อำนวยการกองทุนนี้  ต่อมาจึงได้ตรวจสอบให้แน่ชัด ตนคิดว่าคนที่แอบอ้างน่าจะเป็นเครื่องมือของใครสักคนหนึ่ง เพราะผู้ที่นำชื่อตนไปแอบอ้างก็ไม่รู้ข้อมูลอะไรมากนัก ตนคิดว่าบุคคลดังกล่าวไม่น่าจะเป็นผู้ที่ดำเนินการเอง โดยคนที่กระทำเคยเป็นตัวแทนกลุ่มสมาชิก เขาทำบนพื้นฐานของสมาชิก ได้ฟังเสียงตอนที่ได้บันทึกเสียงของผู้ที่แอบอ้าง บอกว่าเงินเกี่ยวข้องกับรัฐด้วย เป็นเงินช่วยเหลือจ่าย ไม่อยากจะคืนให้ส่วนกลาง เงินงบประมาณ จะแจกให้แก่คนยากจน ตนฟังแล้วก็สับสนไปหมดไม่รู้ใครเป็นใคร ถูกหลอก หรือไม่ก็คิดว่าเป็นลักษณะเงินลงมาทางภาคใต้เยอะ งบประมาณก็ทุ่มลงมา ต้องการเอาเงินไปช่วยเหลือคนจน บุคคลดังกล่าวบอกว่า ส่วนช่วยเหลือคนจน เขาจ่ายไปแล้ว ตัวเลขหลายร้อยล้าน ตนจำตัวเลขได้ไม่แน่ชัด ที่เหลือคือผู้ที่มีความจำเป็น คือ พวกสมาชิกที่ประสงค์อยากจะได้ให้เอาเงินมา 50,000 บาท บวกค่าประกันอีก 3,000 บาท ภายในวันที่เท่าไหร่ แล้วจะได้เงินจำนวนมาก ให้เอาเอกสารหลักฐานมา มีบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาบัตร ไปสมัครโดยให้มีการเขียนคำร้องที่เขา

รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

ผมแจ้งกับผู้จัดการใหญ่ว่าให้สหกรณ์ฯ ออกประกาศโดยด่วน ชาวบ้านจะได้เข้าใจ น้องที่สหกรณ์ขอเวลาให้ผมพูด 5 นาที เพื่อทำเป็นคลิปวีดิโอลงยูทูบ ผมก็ได้พูดไปแล้วว่า ปฏิเสธทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่ากับสหกรณ์ หรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับผม เป็นเรื่องของการหลอกลวง แอบอ้างชื่อ สหกรณ์ฯ และผมไม่รับรู้ใด ๆ ทั้งสิ้น ตามที่สหกรณ์ฯ ได้ออกประกาศไปแล้ว ไม่ถูกต้องตามหลักการชารีอะฮ์ เราเป็นสหกรณ์อิสลาม จะไปทำอย่างนั้นได้อย่างไร ขอฝากให้สมาชิกสหกรณ์ฯ ได้พิจารณาด้วย อย่าได้หลงเชื่อตามคำแอบอ้างชื่อ”ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.วรวิทย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อว่า จะมีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่มีการแอบอ้างชื่อของอาจารย์หรือไม่ ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร.วรวิทย์ กล่าวว่า จะมีการประสานไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้รับทราบเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นการแจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบอีกทางหนึ่งด้วย