แม้วันนี้เป้าหมายของ “พี่ตูน บอดี้สแลม” หรือ “อาทิวราห์ คงมาลัย” จะเป็นจริงแล้ว พร้อมกับเงินบริจาคที่ได้รับจากประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ เกินเป้าหมายที่ได้ขอรับบริจาคจากคนไทยคนละ 10 บาท แต่หากย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ “ตูน บอดี้สแลม” และทีมงานโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” โดยตูน บอดี้สแลม ที่เริ่มต้นวิ่งจาก อ.เบตง จ.ยะลาผ่านทีละอำเภอจนถึง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งหลายคนคงจำภาพ “สาวมุสลิมชุดแดง” ที่วิ่งเคียงคู่ตูน บอดี้สแลมได้ นอกจากชุดที่โดดเด่นสะดุดตาแล้ว ใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส รวมถึงการที่ทีมงานโครงการก้าวฯ เชื้อเชิญให้เธอขึ้นมาวิ่งพร้อม ๆ กับตูน บอดี้สแลมในแถวหน้าก็ยิ่งทำให้หลายคนอยากรู้จักเธอมากขึ้น แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ชาวโซเซียลมีเดียอาจรู้จักเธอเพียงภาพสาวมุสลิมชุดแดงเท่านั้น เพราะหลายเว็บไซต์ที่ลอกข้อความต่อ ๆ กันมา พาดหัวข้อข่าวแต่เพียงว่า “หลายคนสงสัย สาวใส่ชุดแดงวิ่งตีคู่พี่ตูนคือใคร”แต่เนื้อข่าวกลับไม่มีรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับตัวเธอมากนัก

S__41287701-576x1024

ภาพของพี่ตูน บอดี้สแลม” หรือ “อาทิวราห์ คงมาลัย ที่วิ่งพร้อมกับธิดา สนเจริญ นักวิ่งมาราธอนชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นภาพที่แชร์กันทั่วไปในสื่อสังคม จนทำให้ธิดา สนเจริญเป็นที่รู้จักของผู้คนจำนวนมาก ปัจจุบันเธอยังมีแฟนคลับ และใช้เธอเป็นแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการสื่อสาร ม.อ.ปัตตานีได้จัดโครงการเสวนา เรื่อง “ก้าวคนละก้าวกับก้าวใหม่ของการสื่อสาร” ณ คณะวิทยาการสื่อสาร หนึ่งในวิทยากรที่ได้รับเชิญในวันนั้น คือ “ธิดา สนเจริญ” ชื่อและนามสกุลจริงของสาวมุสลิมชุดแดงที่หลายคนกล่าวถึง

สถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีขอนำเรื่องราวส่วนหนึ่งในงานเสวนาทางวิชาการดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับ “ธิดา สนเจริญ” มานำเสนอให้ทุกท่านรู้จักเธอมากขึ้น โดยเฉพาะแรงบันดาลใจในการหันหน้าเข้าสู่วงการวิ่ง และเหตุการณ์ที่เธอได้รับเชิญให้ขึ้นมาวิ่งใกล้ ๆ กับขวัญใจชาวไทยอย่างตูน บอดี้สแลม

“ธิดา สนเจริญ” วัย 40 ปี สมาชิกชมรมวิ่งหาดใหญ่ เล่าให้ฟังว่า เธอจบการศึกษาจากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ส่วนจุดเริ่มต้นที่ทำให้ต้องหันมาออกกำลังกาย คือ การป่วยด้วยโรคภูมิแพ้ และต้องพบแพทย์เป็นประจำ บางวันตอนดึก ๆ ก็ต้องไปพ่นยาแก้ภูมิแพ้ แพทย์ก็แนะนำให้ออกกำลังกาย ตนจึงเริ่มต้นด้วยทำโยคะ และเข้าฟิตเนส แต่ก็ไม่ได้ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จึงแก้ปัญหาโรคภูมิแพ้ไม่ได้

“ก็เลยว่าเราต้องหาวิธีการออกกำลังกายให้ได้สม่ำเสมอ เคยเห็นน้องชายวิ่ง ก็เลยบอกกับน้องว่าอยากจะวิ่งบ้างเหมือนที่น้องชายไปวิ่งตามงานต่าง ๆ ก็เลยให้ไปหาโปรชัวร์งานวิ่งมา จึงตัดสินใจเข้าไปร่วมวิ่ง เริ่มซ้อมวิ่ง ฝึกซ้อมด้วยตัวเอง  และเข้าร่วมงานจริง ๆ เพื่อซึมซับบรรยากาศ และออกำลังกายสม่ำเสมอ”

Thida Sonchareon 02

Thida Sonchareon 01

ธิดา เล่าอีกว่า โรคภูมิแพ้ของตนเองยังถ่ายทอดไปยังลูกทั้ง 2 คนด้วย เลยต้องทำเป็นตัวอย่างให้ลูก เพื่อให้เขาหันมาออกกำลังกายเพราะหากเราไม่ปฏิบัติเป็นแบบอย่าง บอกให้ลูกออกกำลังกาย ลูกก็อาจจะไม่ปฏิบัติก็ได้ จึงต้องทำให้เป็นแบบอย่างแก่ลูก ญาติพี่น้อง และผู้ที่พบเห็น พอออกกำลังกายไปนาน ๆ ก็อยากจะเป็นบันดาลใจให้แก่ผู้ที่เคยเจ็บป่วยเหมือนตนเองให้หันมาออกกำลังกายและหายจากอาการเจ็บป่วย

เธอกล่าวอีกว่า จากเดิมที่ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ปัจจุบันเป้าหมายการออกกำลังกายเปลี่ยนไป โดยเป็นการวิ่งเพื่อตอบสนองความสุขของตนเองและเพื่อทำสถิติ โดย 1  สัปดาห์จะออกกำลังกาย 6 วัน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ วันอาทิตย์ซ้อมแบบวิ่งระยะทางไกล 21-25 กิโลเมตร โดยใช้สนามวิ่งที่สวนสาธารณะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หรือไม่ก็รอบมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ วันอังคารเป็นการวิ่งเพื่อทำความเร็ว (interval) ระยะทาง 1,000 เมตรต้องวิ่งให้ได้ 4.15 นาที โดยต้องวิ่งให้ได้ 10 เซ็ต (ประมาณ 10 กิโลเมตร) โดยใช้สนามกีฬาจิระนคร อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ส่วนวันอื่นวิ่งเบา ๆ วันละประมาณ 15 กิโลเมตร ทั้งนี้เพื่อเป็นการเซ็ตข้อเข่าด้วย วันพุธจะวิ่งแบบสบาย ๆ ราว 12-15 กิโลเมตร ปฎิบัติสลับกันไปในแต่ละวัน

“เพื่อนนักวิ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้ชาย ส่วนพี่ราเชน (สามี) ก็จะปั่นจักรยานตามหรือไม่ก็ขับมอเตอร์ไซต์ตามไประหว่างทางเพื่อส่งน้ำดื่ม ต้องขอบคุณพี่ราเชนที่ช่วยสนับสนุน”ธิดา สนเจริญกล่าวและว่า

พอวิ่งได้ระยะหนึ่งจะพบว่า การวิ่งมาราธอนอาจจะไม่ท้าทายตัวเราแล้ว ตอนนี้จึงหัดเล่นไตรกีฬา (ไตรกีฬาเป็นการแข่งขันกีฬา 3 ประเภทต่อเนื่องกัน คือ ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน และวิ่ง) นอกจากตนจะเป็นนักวิ่งแล้ว ตนยังเป็นนักไตรกีฬาด้วย

“ดิฉันอยากเชิญชวนทุกท่านหันมาออกกำลังกายกันนะคะ เพราะเวลาที่เราออกกำลังกาย เรายังได้เพื่อน ได้มิตรภาพ และได้ความสุขจากการออกกำลังกาย ในวันที่ 19 -29 ธันวาคม 2560 ตนจะไปวิ่งร่วมกับโครงการก้าวคนละก้าวกับพี่ตูน จากนั้นจะไปร่วมวิ่งเชียงใหม่มาราธอนในระยะทาง 42.195 กิโลเมตรในวันที่ 24 ธันวาคม และร่วมต้อนรับพี่ตูนที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย”เธอกล่าว

Thida Sonchareon 03

 

IMG_1830

IMG_1834

นักวิ่งมาราธอนผู้นี้กล่าวว่า สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้เข้ามาร่วมกิจกรรมวิ่งในโครงการก้าวฯ คือ การวิ่งก้าวคนละก้าวของพี่ตูนเมื่อปีที่แล้ว ที่วิ่งจากกรุงเทพฯ มา อ.บางสะพาน จ.ประจบคีรีขันธ์เพื่อระดมทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลบางสะพาน แม้พี่ตูนจะเริ่มเข้ามาสู่วงการวิ่งได้เพียงไม่นานแต่กลับทำประโยชน์ให้สังคมมากมาย แต่ตนวิ่งมาราธอนมา 8 ปีแล้ว ตนคิดว่าอยากจะมีโอกาสเช่นนั้นบ้าง ซึ่งโครงการก้าวฯ ปีนี้เป็นการระดมเงินบริจาคให้แก่โรงพยาบาล จำนวน 11 แห่งทั่วประเทศตนก็เลยตั้งใจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการวิ่งในขบวนนักวิ่งมาราธอนของพี่ตูนด้วย

ธิดา กล่าวว่า แรงบันดาลใจอีกประการหนึ่งของการเข้ามาร่วมวิ่งในโครงการก้าวฯ คือ ตนเป็นส่วนหนึ่งของการวิ่งมาราธอนมา 8 ปี สิ่งหนึ่งที่ตนเองพยายามทำเสมอคือการรณรงค์ให้ประชาชนหันมาออกกำลังกาย แต่ก็ยังจำกัดอยู่ในกลุ่มเล็ก ๆ เฉพาะนักวิ่งเท่านั้น โครงการก้าวฯ เป็นโครงการใหญ่ที่มีพลังในการสื่อสาร ตนจึงต้องการนำตนเองไปมีส่วนร่วมด้วยเพื่อต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่นด้วย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่นอกวงการวิ่งได้รับรู้ว่าการวิ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ และต้องการชักชวนให้เข้ามาร่วมกันออกกำลังกายด้วยกัน

เธอเล่าถึงการใส่ชุดสีแดงและได้มีโอกาสวิ่งพร้อมกับตูน บอดี้สแลมว่า ตั้งแต่เริ่มวิ่งจาก ต.ท่าสาป อ.เมืองยะลา  ซึ่งในช่วง 2 วันแรกเธอวิ่งอยู่ทางด้านหลังคณะนักวิ่งก้าวคนละก้าว และวันที่ใส่ชุดสีแดงนั้นเป็นวันที่สาม ซึ่งตนก็เป็นคนหนึ่งที่อยากจะถ่ายรูปร่วมกับตูนเพื่อเก็บบรรยากาศและความประทับใจแต่ก็เกรงใจและไม่กล้าถ่ายภาพกับพี่ตูน

“มีการวิ่งอยู่ช่วงหนึ่งที่มีการหยุดพักประมาณ 20 นาทีเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เคลียร์เส้นทางเพื่อดูแลความปลอดภัย ตอนที่พักอยู่นั้นพี่ตูนก็เข้ามาพูดคุยและบอกว่าขอบคุณมาก ๆ ที่ให้เกียรติมาวิ่ง จากจุดนั้นพี่ตูนก็ได้เห็นว่ามีธิดามาร่วมวิ่งอยู่ในขบวนด้วย เราก็คิดเข้าข้างตนเองว่าพี่ตูนอาจจะรู้จักเรา (หัวเราะ)

Thida Sonchareon 051

หลังจากหยุดพักแล้วก็วิ่งต่อสักระยะหนึ่ง ทีมงานก้าวฯ ก็เข้ามากระซิบตอนที่ตนวิ่งอยู่ทางด้านหลังว่า “คุณธิดาขอเชิญไปวิ่งทางด้านหน้า” ตนคิดว่าสาเหตุที่ทีมงานเชิญตนขึ้นไปวิ่งทางด้านหน้าเป็นเพราะว่าทีมงานคงให้เกียรติคนในพื้นที่และเห็นว่าตนใส่ฮิยาบเพื่อต้องการสื่อว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นสิ่งที่สามารถปฏิบัติร่วมกันได้ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติหรือศาสนาใด สะท้อนถึงความรักความสามัคคีของคนในชาติ

จากการเป็นส่วนหนึ่งของการวิ่งร่วมกับพี่ตูน ธิดากล่าวว่า เธอได้เห็นน้ำใจของคนไทย เห็นภาพของผู้ประชาชนทั่วไป ผู้พิการ ผู้ป่วย และเยาวชนออกมาให้กำลังใจและร่วมกันบริจาคเงินให้แก่พี่ตูนเพื่อนำไปช่วยโรงพยาบาลจำนวน 11 แห่ง ถือว่าทุกคนมีส่วนร่วมในโครงการนี้

อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง
ธิดา สนเจริญร่วมวิ่งกับพี่ตูนในภาคเหนือ
คลิปสัมภาษณ์ธิดา สนเจริญ ในรายการ Sikarin Hatyai Half Marathon7
ธิดา เน็ตไอดอล ก้าวคนละก้าว ตูน Bodyslam ฟีเวอร์ ชาวเมืองนครศรีธรรมราช
ธิดา สนเจริญ – ทำเนียบนักวิ่ง

นักวิ่งมาราธอนผู้นี้กล่าวว่า การเข้าร่วมการวิ่งดังกล่าวยังทำให้ประชาชนทั่วไปรู้จักตนมากขึ้นในฐานะนักวิ่ง และหลายท่านก็ได้รับแรงบันดาลใจจากตนเองในการลุกขึ้นมาออกกำลังกาย ทำให้ผู้ที่เจ็บป่วย โดยเฉพาะโรคภูมิแพ้ที่เมื่อได้ออกกำลังกายแล้วจะช่วยให้อาการดีขึ้น ซึ่งผู้ที่มารอต้อนรับสองข้างทางเมื่อได้เห็นแล้วก็อาจจะอยากลุกขึ้นมาวิ่งหรือออกกำลังกายบ้าง

“การที่ตนเองในฐานะที่เป็นมุสลิมะฮ์และได้เข้ามาร่วมโครงการก้าวฯ เป็นการแสดงให้สังคมเห็นว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ใครเข้ามาร่วมกิจกรรมก็ได โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติศาสนา ทุกคนสามารถเข้ามาวิ่ง ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมบริจาคและทุกคนสามารถเข้ามาให้กำลังใจพี่ตูนเพื่อให้โครงการสำเร็จตามที่ได้ตั้งวัตถุประสงค์ไว้ เชื่อว่าพี่ตูน อินชาอัลเลาะห์ จะวิ่งถึงเป้าหมายได้ภายใน 55 วันตามที่กำหนดแน่นอน ได้ยอดเงินบริจาค 700 ล้านบาท คิดว่าอาจจะทะลุ 1,000 ล้านบาทแน่นอน”ธิดา สนเจริญ เจ้าของฉายาสาวชุดแดงกล่าว