นางสุรีรัตน์ ลัคนานิตย์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ เปิดเผยว่า ภัยทางการเงินที่แอบแฝงมากับสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) สกุลเงินในรูปของอิเล็กทรอนิกส์ หรือ  Bitcoin กระแสดิจิทัลเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยมีข้อดี คือ ประสิทธิภาพโดยรวม ต้นทุนในการใช้บริการทางการเงินลดลง ประสิทธิภาพสูงขึ้น ส่วนข้อควรระมัดระวัง คือ ความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในการทำธุรกรรมทางการเงิน

“Bitcoin แบงค์ชาติไม่รับรอง ไม่ได้เป็นสกุลเงินที่จะใช้ได้ตามกฎหมาย มูลค่ามีความผันผวน ถ้าถูกขโมยไปไม่สามารถเรียกร้องจากใครได้ ถ้าจะลงทุนในสิ่งที่เรียกว่า “virtual asset”สินทรัพย์เสมือนจริง ประชาชนต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องก่อนลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยง ด้านมาตรการการกำกับดูแลตอนนี้แบงค์ชาติ ก.ล.ต. ปปง.ร่วมมือกันอย่างจริงจังจะออกกฎเกณฑ์เข้มข้นเพื่อป้องกันปัญหาภัยทางการเงินเหล่านี้”นางสุรีรัตน์ กล่าว

Sureerat Lakkananit 03

ส่วนภัยทางการเงินที่แอบแฝงมากับ Cryptocurrency และ Bitcoin ให้ระมัดระวังการชักชวนร่วมลงทุนในลักษณะแชร์ลูกโซ่ที่แอบอ้างจะนำเงินมาลงทุน และจะได้รับผลตอบแทนมหาศาล ประชาชนควรเข้าใจความเสี่ยงและที่มาของผลตอบแทนอย่างชัดเจน หากไม่สามารถรับความเสี่ยงและความผันผวนได้ ควรหลีกเลี่ยงการลงทุน หากต้องการคำปรึกษาหรือข้อแนะนำ ติดต่อได้ที่ ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย โทร. 1213

การทำธุรกรรมผ่าน Mobile Banking หรือ การโหลดแอพพลิเคชั่นธนาคารมาใช้ แนะนำให้มีการตั้งรหัสผ่านที่ยาก เก็บไว้ให้มิดชิด มีการเข้าไปตั้งวงเงินในการทำธุรกรรมต่าง ๆ เวลาใครส่งอะไรมาทางอีเมล์อย่าคลิ๊ก “ให้คิดก่อนคลิ๊ก” อ่านให้ดีว่ามาจากแหล่งไหน แหล่งที่มาถูกต้องเชื่อถือได้หรือไม่ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดผลเสียหายทางการเงินได้”นางสุรีรัตน์ กล่าวและว่า

Sureerat Lakkananit 02

ทั้งนี้ข้อมูลจากบริษัท อินเตอร์สเปซ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลว่า Bitcoin คือ สกุลเงินออนไลน์ชนิดหนึ่งที่เกิดจากกลไกซึ่งกำหนดโดยคอมพิวเตอร์เพื่อมุงหวังจะให้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเสมือนเงินตรา เดิมทีนั้นสกุลเงิน Bitcoin จะถูกจัดเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์พกพาและสามารถโอนให้กันได้ ต่อมาได้เริ่มมีการนำมาใช้แลกเปลี่ยนกับสินค้าในลักษณะของการซื้อขายเช่นเดียวกับการใช้บัตรเครดิต ทั้งยังมีการนำมาแลกเปลี่ยนกับเงินสกุลต่าง ๆ โดยอัตราแลกเปลี่ยนนั้นถูกกำหนดกันเองภายในแวดวงผู้ใช้

ข้อสำคัญอีกหนึ่งประการก็คือ Bitcoin ไม่ถือเป็นเงินที่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ไม่มีคุณค่าในตัวเอง หากแต่เป็นเพียงการกำหนดมูลค่าในการแลกเปลี่ยนขึ้นมาเท่านั้น ทั้งยังปราศจากการควบคุมของธนาคารกลางหรือภาครัฐ

ส่วน CryptoCurrency นั้น ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.เกร็ดความรู้.net  ระบุว่า CryptoCurrency คือ สกุลเงินแบบใหม่ในรูปแบบเงินดิจิตอล ไม่ใช่เงินกระดาษหรือเงินเเหรียญในแบบที่เราคุ้นเคย แต่สามารถใช้สื่อสินค้าและบริการต่างๆได้เหมือนเงินกระดาษ โดยการซื้อขายจะต้องทำผ่านอินเตอร์เน็ตโดยใช้อุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ แลปท็อป แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถฝากถอนได้ผ่านเครื่อง ATM สำหรับเงินโดยดิจิตอลโดยเฉพาะ

ตัวอย่างเงินดิจิตอลหรือ CryptoCurrency ที่ได้รับความนิยม เช่น Bitcoin, Ethereum และ OmiseGo เป็นต้น ซึ่งเงินดิจิตอลทุกตัว จะทำงานอยู่บนเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยสูงมาก