ตามที่เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาค4 และผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาคสี่ (กอ.รมน. 4) มอบอำนาจผู้แทนพันเอกหาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 และทนายความเข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อบรรณาธิการผู้จัดการออนไลน์กรณีการเสนอข่าวผ่านเว็บไซต์เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา โดยข่าวดังกล่าวพาดหัวข่าวว่า “แฉ อดีตผู้ต้องสงสัยเผยถูกซ้อมทรมานเหมือนตาย ระหว่างถูกคุมตัวในค่ายทหาร”

27993850n

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม กลุ่มด้วยใจ และเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานีได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ระบุว่า “การรายงานข่าวไม่ใช่อาชญกรรม ขอให้ถอนแจ้งความสำนักข่าวผู้จัดการออน์ไลน์ กรณีรายงานข่าวชาวบ้านแฉถูกซ้อมทรมาน” มีรายละเอียดของแถลงการณ์ประกอบด้วย

  1. ประชาชนมีสิทธิในการตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์ และตั้งคำถามต่อหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐ อันเป็นสิทธิอันชอบด้วยรัฐธรรมนูญและหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายหรือการกระทำของเจ้าหน้าที่
  2. สื่อมวลชนมีหน้าที่เปิดพื้นที่ หรือสะท้อนข้อเท็จจริงและปัญหาที่เกิดจากการกรทำของเจ้าหน้าที่ ในกรณีนี้ การรายงานข่าวโดยนักข่าวในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่ได้สท้อนข้อเท็จจริงจากประชาชนที่อ้างว่าตนป็นเหยื่อของการทรมานหรือการใช้อำนาจหน้าที่โดยไม่ชอบโดยเจ้าหน้าที่ต่อสาธารณะเป็นหน้าที่อันชอบธรรมของนักข่าวที่ทำหน้าที่ของตน
  3. รัฐมีหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของคนทุกคน ดังนั้น เมื่อปรากฎเป็นข่าว หรือมีกรณีร้องเรียน ว่าเจ้าหน้าที่รัฐได้กระทำการอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งการซ้อมทรมานประชาชนที่ต้องสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับความไม่สงบแล้ว หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องย่อมมีหน้าที่สืบสวนสอบสวนว่าอาจมีผู้กระทำความผิดตามข่าวหรือข้อร้องเรียนหรือไม่ หากพบว่ารายงานข่าวหรือการร้องเรียนมีมูล หน่วยงานรัฐย่อมมีหน้าที่ในการแก้ไข หากไม่มีมูล ก็ชอบที่จะชี้แจงต่อสื่อดังกล่าวและต่อสาธารณะชนได้
  4. การที่ หน่วยงานของรัฐที่ถูกกล่าวหา คือ หน่วยทหารพราน ฉก.ที่ 43 หรือ กอ.รมน. 4 ได้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อบรรณาธิการผู้จัดการออนไลน์ที่ได้เผยแพร่ข่าว “แฉ อดีตผู้ต้องสงสัยเผยถูกซ้อมทรมานเหมือนตาย ระหว่างถูกคุมตัวในค่ายทหาร” นั้น นอกจากจะเป็นการลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและลิดรอนสิทธิของประชาทชนและสื่อในการตรวจสอบหน่วยงานของรัฐแล้ว ยังเป็นการส่งสัญญาณที่เข้าข่ายการดำเนินคดีปิดปาก (Strategic Litigation against Public Participation)
  5. การตอบโต้ของ กอ.รมน. 4 ย่อมมีผลให้ ประชาชนที่อาจตกเป็นเหยื่อการกระทำโดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ ไม่กล้าที่จะเปิดเผย เรื่องร้องดังกล่าวต่อสาธารณะและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนอกจากจะมีผลให้รัฐสูญเสียโอกาสในการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้สามารถทำหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่รัฐบางคน ใช้อำนาจหน้าที่ในทางไม่ชอบต่อไป และทำให้เกิดช่องว่าง ความห่างเหิน และความไม่ไว้วางใจระหว่างประชาชนและหน่วยงานของรัฐในที่สุด อันจะเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของสังคมอย่างยิ่ง

“ด้วยเหตุผลดังกล่าว องค์กรที่มีชื่อข้างท้ายนี้ จึงขอเรียกร้องให้ กอ.รมน. 4 หรือ หน่วยทหารพรานที่ ฉก.43 ได้โปรดถอนแจ้งความร้องทุกข์ หรือยุติการกระทำดังกล่าวด้วย”แถลงการณ์ของ 3 องค์กรระบุ

สำหรับข้อกล่าวหาต่อเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ที่ กอ.รมน.ภาค 4 แจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.เมืองปัตตานี ได้แก่ คดีผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 “ความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณา ด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ ทำให้ปรากฏด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท” และความผิดตาม พรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 “ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ” (2) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน

เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า นายวิฑูรย์ คีรีลักษณ์ ทนายความของ กอ.รมน. บอกว่า การแจ้งความดำเนินคดีกับผู้จัดการออนไลน์เป็นการป้องกันสิทธิ์ และหน้าที่ของหน่วย ส่วนขั้นตอนการซักถามผู้ต้องสงสัย มีหลายขั้นตอน ทั้งทนายความ พนักงานสอบสวน ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำศาสนา ญาติของผู้ต้องสงสัย และแพทย์ ขั้นตอนการรับเข้าก็มีการตรวจร่างกายก่อน บุคคลเหล่านี้สามารถยืนยันได้ว่า ทางหน่วยไม่ได้ซ้อมหรือมีการทรมานในการซักถาม การลงข่าวดังกล่าวทำให้หน่วยเสียชื่อเสียงจึงต้องออกมาปกป้อง ซึ่งผู้เสียหายได้ฟ้องร้องทางแพ่งเป็น จำนวนเงิน 10 ล้านบาท

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย ได้เชิญคณะกรรมการสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทยประชุมเพื่อหารือถึงกรณีดังกล่าว ซึ่ในที่ประชุมได้มีการสอบถามผู้สื่อข่าวที่ทำข่าวดังกล่าว โดยระบุว่า แหล่งข่าวที่ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวนั้นมีความน่าเชื่อถือ พร้อมทั้งขอให้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่จะเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ก่อนหน้านี้ กอ.รมน.ภาค 4 เคยดำเนินการฟ้องนายสมชาย หอมลออ น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ และน.ส.อัญชนา หีมมิหน๊ะ นักพัฒนาเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่มาแล้วเมื่อปี 2559 ในข้อหาเดียวกันเนื่องจากการเผยแพร่รายงานสถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อปี 2557-2558  แต่ในเดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมา กอ.รมน.ภาค 4 ตัดสินใจถอนฟ้องผู้ต้องหา และได้ดำเนินการ 1) จัดตั้งคณะกรรมการกรณีที่มีการร้องเรียนว่าละเมิดสิทธิ 2) จัดตั้งกลไกในการกำหนดมาตรการป้องกัน และ 3) มีส่วนร่วมในการจัดรายงานละเมิดสิทธิ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม