นายจารึก ยอดนุ้ย หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดปัตตานี กล่าวกับสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีว่า ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดปัตตานี และเป็นอาหารหลักของประชาชน โดยปัตตานีมีประชากรประมาณ 6 แสนกว่า เฉลี่ยการบริโภคข้าว 200 กิโลกรัมต่อคนต่อปี 120,000 ตันต่อปี ส่วนการผลิตข้าวในพื้นที่นั้นมี 2 ส่วน คือ การปลูกข้าวนาปรัง และนาปี โดยช่วงการผลิตข้าวนาปรังปี 2560 มีการเพาะปลูกข้าว ทั้งหมด 14,523 ไร่ มีผลผลิต 6,585 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 453 กิโลกรัมต่อไร่ และในฤดูกาลปลูกข้าวนาปี 2560 และ 2561 มีพื้นที่เพาะปลูก 72,200 ไร่ เป็นพื้นที่เก็บเกี่ยวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2561 คาดการณ์ปริมาณผลผลิต 25,103 ตัน และได้ส่งเสริมให้มีการผลิตข้าวคุณภาพดีตามมาตรฐาน GAP

Jareak Yodnui

นายจารึก กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2560 เห็นชอบการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ให้แก่เกษตรกรรายย่อยผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2560 และ 2561 ที่ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้านาปีกับกรมส่งเสริมการเกษตรในอัตราไร่ละ 1,200 บาท และให้ ธ.ก.ส. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ โดยจังหวัดดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้านาปี และตรวจสอบข้อมูลพื้นที่ให้ถูกต้องและครบถ้วนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม 2561 เพื่อจัดส่งข้อมูลทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้แก่ ธ.ก.ส.

นายจารึก ระบุว่า ปัจจุบันชาวนาในพื้นที่ได้รวมกลุ่มเกษตรกรในรูปแบบเกษตรแปลงใหญ่ จำนวน 24 แปลง สมาชิก 2,199 ราย ในเนื้อที่ 12,450 ไร่ เพื่อเพิ่มมูลค่าของข้าวจำหน่ายในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ในส่วนมาตรการดูแลเกษตรกรปลูกข้าวนาปี พื้นที่การปลูกข้าว ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยที่ผ่านมาประมาณ 7,666 ไร่ ได้ดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรตามหลักเกณฑ์การใช้เงินทดรองราชการ สำหรับผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรของจังหวัดปัตตานี ถึงขณะนี้มีเกษตรกรขึ้นทะเบียน 13,801 ราย เนื้อที่ 46,456 แปลง พื้นที่ 59,611 ไร่ ผ่านการตรวจสอบแล้วเสร็จ 31,605 แปลง พื้นที่ 27,644 ไร่ เกษตรกร 9,325 ครัวเรือน

ทั้งนี้ข้อมูลจากบริษัททางด้านการเกษตร CLP ให้ข้อมูลว่า GPA หรือ Good Agriculture Practice แปลว่า การปฏิบัติการเกษตรที่ดี หมายถึง การปฎิบัติในการผลิตพืชเพื่อให้ผลผลิตได้มาตรฐานปลอดภัย ปลอดศัตรูพืช และมีคุณภาพดี หรือก็คือค่ามาตรฐานผลผลิต ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานที่ออกโดยกรมวิชาการเกษตรและกรมการข้าว มีเกณฑ์ที่กำหนดและวิธีตรวจประเมินของเจ้าหน้าที่  มี  7  ข้อ   ดังนี้

  1. แหล่งน้ำต้องมีมาตรฐาน น้ำที่ใช้ต้องได้จากแหล่งที่ไม่มีสภาพแวดล้อมซึ่งก่อให้เกิดการปนเปื้อนวัตถุอันตรายและจุลินทรีย์
  2. พื้นที่เพาะปลูก ไม่มีเชื้อโรค ไม่มีสารพิษในดิน
  3. ใช้และเก็บ ปุ๋ย สารเคมี ถูกต้อง
  4. ผลิตตามแผนควบคุมคุณภาพของพืชแต่ละชนิด
  5. สำรวจศัตรูพืชและป้องกันอย่างถูกวิธี
  6. เก็บเกี่ยวผลผลิตถูกเวลา ถูกวิธี
  7. ขนย้ายและเก็บรักษาผลผลิตสะอาด
  8. จดบันทึกขั้นตอนการปลูก

ส่วนขั้นตอนในการขอใบรับรอง GAP มีดังนี้

  1. สมัครได้ที่ศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจำตำบล สำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด กรมส่งเสริมการเกษตร หน่วยงานกรมวิชาการเกษตร และกรมการข้าวในพื้นที่ พร้อม สำเนาบัตรประชาชน และ สำเนาทะเบียนบ้านอย่างละ 1 ฉบับ
  2. รับคำปรึกษา แนะนำจากเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร
  3. เข้ารับการอบรมตามที่เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมนัดหมาย
  4. ปรับปรุงแก้ไขตามคำแนะนำ
  5. รับนัดหมายให้เจ้าหน้าที่ตรวจแปลงเกษตรของเรา
  6. รับใบรับรอง G A P ได้เลย