ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของประชาชนในนามคำแหง เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีการชุมนุมเพื่อให้พิจารณาทบทวนและยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและกระบี่ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2561 ที่ผ่านมานั้น วันนี้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพลังงาน รองผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พร้อมด้วย ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ที่ปรึกษา กฟผ. เดินทางมาเจรจากับเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งผลจากการเจรจากว่า 1 ชั่วโมง ทำให้มีการลงนามความเข้าใจระหว่างกัน (MOU) โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

Thepha 2018-01

เพื่อยุติความขัดแย้งของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ จ.กระบี่และ อ.เทพา และสร้างความเป็นธรรมในกระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ รวมถึงการพัฒนาเชิงพื้นที่ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

  • เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในกระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ขอให้มีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ (ฉบับใหม่) ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ภายใน 3 วันนับตั้งแต่วันลงนามและให้ กฟผ.ส่งหนังสือแจ้งรับการขอถอนรายงานไปยังเครือข่ายทราบ
  • ให้กระทรวงพลังงานดำเนินการให้มีการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) เพื่อศึกษาว่าพื้นที่ จ.กระบี่และ อ.เทพา จ.สงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยจะต้องจัดทำด้วยนักวิชาการที่มีความเป็นกลางที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกัน หากการศึกษาชี้ชัดว่าการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่เหมาะสม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะต้องยุติการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ โดยให้การจัดทำรายงาน SEA ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 9 เดือน นับตั้งแต่วันลงนามและกระทรวงพลังงานจะต้องออกคำสั่งกระทรวงให้ผลการจัดทำรายงานเชิงยุทธศาสตร์มีผลผูกพันการดำเนินงานโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพา โดยการออกคำสั่งการจัดทำรายงานและสาระของการผูกพันที่รายงานมีต่อการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่จะต้องดำเนินการภายใน 7 วันหลังการลงนาม
  • หากผลการศึกษารายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) บ่งชี้ว่าพื้นที่มีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในขั้นตอนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน
  • ให้คดีความระหว่าง กฟผ.และเครือข่ายเลิกแล้วต่อกัน

หลังจากนี้เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินจะเดินทางกลับภูมิลำเนาต่อไป

เมื่อวานนี้นายสมบูรณ์ คำแหง เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน กล่าวกับสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีว่า วันนี้มี 2 เรื่องที่น่าจับตา คือ การเดินทางเข้าติดตามผลการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล คาดว่าจะมีการแถลงเกี่ยวกับประเด็นที่ทางเครือข่ายฯ ได้ยื่นหนังสือต่อรัฐบาลให้พิจารณาทบทวนและยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและกระบี่ ซึ่งรัฐบาลจะรับหรือไม่รับอย่างไร อยากจะให้มีการพูดให้ชัดเจน

“คนเทพาและเครือข่ายฯ มาอดอาหารประท้วงหน้าทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม 2561 มีการประชุมครม.ผ่านไปแล้ว 2 ครั้ง เป็นที่ทราบกันในสื่อว่า ครม.มีการสั่งชะลอโครงการฯ แต่โดยเนื้อในจริงไม่ได้ชะลออะไร ยังมีเงื่อนไขให้ดำเนินกระบวนการที่คั่งค้างอยู่ สรุป คือ โครงการยังเดินหน้าอยู่ แต่ใช้คำว่า ชะลอ จนสังคมเกิดความสับสน เราได้ยื่นหนังสือไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา อยากให้รัฐบาลยืนยันในเรื่องนี้ให้ชัดเจน”นายสมบูรณ์กล่าวและว่า

Somboon Khamhaeng

ก่อนหน้านี้ เครือข่ายฯเดินทางมาอดอาหารประท้วงหน้าทำเนียบได้ 1 วัน จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจขอให้ออกจากพื้นที่โดยใช้มาตรการกฎหมาย เราขยับมาใกล้เคียงพื้นที่ทำเนียบ และมาปักหลักอดอาหารประท้วงอยู่ที่หน้าตึกองค์การสหประชาชาติ (UN) บริเวณ 4 แยกมัฆวานรังสรรค์ ตั้งแต่วันที่ 12-19 กุมภาพันธ์ 2561 คำสั่งให้ย้ายสถานที่ ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 แต่เราอุทธรณ์คำสั่งไว้ที่สน.นางเลิ้ง ล่าสุดตำรวจไม่รับอุทธรณ์ วันนี้ก็จะมีการไต่สวนของศาลแพ่งและฟังคำตัดสินว่า เครือข่ายฯจะยังคงปักหลักอดอาหารประท้วงบริเวณหน้าตึกองค์การสหประชาชาติต่อไปได้หรือไม่

“อดอาหารวันแรกประมาณ 60-70 คน ตอนนี้เหลืออยู่ 20 คน แต่ละคนก็เป็นลมล้มพับไป เป็นที่จับตาว่าวันนี้จะผ่านรอดหรือไม่ คนที่อดอาหารประท้วงเป็นหัวใจหลักของการเรียกร้องครั้งนี้ เราบอกตั้งแต่วันแรกว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรที่จะเป็นการใช้ความรุนแรง     การอดอาหารเป็นการแสดงออกแบบอารยะขัดขืน เพื่อจะบอกว่าเราพร้อมจะแลกกับชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องไว้ซึ่งบ้านเกิด ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม เป็นประเด็นที่ส่งผลสะเทือนพอสมควร มีคำถามมากขึ้นว่าจะปล่อยให้ประชาชนอดอาหารแบบนี้ไปได้อย่างไร”นายสมบูรณ์กล่าว