ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีลงพื้นที่สำรวจสภาพจราจรบริเวณ ถ.หนองจิก ฝั่งทางออกซุ้มประตูเมืองปัตตานี พบว่าการจราจรค่อนข้างติดขัด คับคั่ง และเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะจุดกลับรถเข้าเมืองปัตตานีฝั่งขาออกซุ้มเมืองปัตตานี (เยื้องกับสถานีบริการน้ำมันบางจากเก่า) เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีร้านค้า อาคารพาณิชย์หลายแห่ง ลูกค้ามาใช้บริการจำนวนมาก ทำให้การจอดรถ การออกรถ การใช้เส้นทางสัญจรไป-มามีความเสี่ยงสูงที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

Maroning Sa-i

Maroning Sa-i01

นายมะรอนิง สาอิ เจ้าของร้านขายเครื่องดื่มริมทาง ถนนหนองจิก กล่าวว่า ตนเห็นบ่อยที่เกิดอุบัติเหตุอย่างน้อยวันละครั้ง ลักษณะอุบัติเหตุคือการเฉี่ยวชน โดยเฉพาะรถที่ออกมาจากร้านค้าและจะเลี้ยวกลับเข้าตัวเมือง ซึ่งมาจากการไม่ทันสังเกตรถที่ออกมาจากเมืองจะขับมาเร็ว รถเบรคไม่ทัน เฉี่ยวชนกัน เบียดกัน แต่ไม่ได้เจ็บมาก มีบ้างที่เป็นอุบัติเหตุที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บจนต้องส่งโรงพยาบาล โดยมีรถฉุกเฉินและรถจากมูลนิธิฯ ใกล้เคียงมารับไป

“ก็ต้องระวังกันและกัน ทั้งรถยนต์ และจักรยานยนต์ เป็นจุดเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง บางร้านเขาก็มีเจ้าหน้าที่มาช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า จะถอย จะเข้า ก็จะช่วยอำนวยความสะดวกด้านจราจรให้ ส่วนผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไปต้องระมัดระวังให้มาก ดูให้แน่ใจก่อนจะเลี้ยวกลับรถ ส่วนที่มาจากเมืองก็อยากให้ลดความเร็วลงหน่อย ไม่ใช่ว่ามาเร็วมาก เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ โดยเฉพาะช่วงบ่ายเป็นต้นไป”นายมะรอนิงกล่าว

U-tern Pattani 03

U-tern Pattani 02

U-tern Pattani 01

Chaiwat Ananthiyo

นายชัยวัฒน์ อนันทิโย นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์บริการคนพิการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ในฐานะผู้ใช้รถใช้ถนน ตนเห็นว่าเป็นจุดเสี่ยงที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนทั้งช่วงเช้าและเย็นที่มีการจราจรคับคั่ง บางครั้งผู้ใช้รถใช้ถนนมักจะเลี้ยวกลับรถโดยที่ไม่ได้สังเกตรถที่มาจากวงเวียนหอนาฬิกา บางครั้งมองไม่เห็น ถ้าจะเลี้ยวกลับรถตรงนี้คิดว่าจะทำให้การจราจรคับคั่ง แนะให้ไปเลี้ยวกลับรถทางเข้าโรงแรมซี.เอส.ปัตตานีจะดีกว่า เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ

“แนะนำลดความเสี่ยงให้ไปเลี้ยวกลับรถหน้าทางเข้าโรงแรมซี.เอส.อาจจะเสียเวลาหน่อยแต่จะปลอดภัยกว่า ช่วยลดความคับคั่ง ติดขัดด้านจราจรด้านบริเวณทางออกซุ้มเมืองปัตตานี หากเกิดอุบัติเหตุอาจทำให้ถึงแก่ชีวิต หรือ พิการได้ บางครั้งวัยรุ่นก็ใช้รถใช้ถนนไม่มีสติ ไม่ได้คิดถึงความปลอดภัยของตนเอง อาจเกิดความเสียหายได้ อยากให้ทุกคนช่วยกันเคารพกฎจราจร อาจเสียเวลาหน่อย แต่ปลอดภัย คุ้มค่ากับชีวิต ทรัพย์สินของตนเอง และผู้อื่น”นายชัยวัฒน์ กล่าว

ด้าน ร.ต.อ.ปกรณ์ คารวรัตนพิเชฐ สารวัตรจราจร สภ.เมืองปัตตานี กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จากการที่ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมการจัดการจราจรทางบกที่ผ่านมา กำหนดให้ถนนหนองจิกเป็นเส้นทางนำร่องในการกำหนดความเร็วทุกชนิด และจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อประกาศให้ประชาชนจังหวัดปัตตานีทราบ และจะมีมาตรการในทางปฏิบัติ ควบคุมอย่างจริงจัง ซึ่งจะมีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้

Pakorn Karawarattanapichet 02

“ถนนหนองจิกมีจุดเสี่ยงหลายจุด มีความพยายามแก้ปัญหามาอย่างต่อเนื่อง ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบเป็นเรื่องวินัยจราจร และการไม่เคารพกฎจราจร ขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ช่วยกันรณรงค์ใช้รถใช้ถนนที่ปลอดภัย ร่วมมือกันทั้งประชาชน ส่วนราชการ ผู้ประกอบการร้านค้า สนับสนุนไม่ให้มีการจอดรถซ้อนคัน หรือจอดในที่ห้ามจอด ฝากย้ำสถานศึกษามีส่วนช่วยกำกับดูแลด้านวินัยจราจรแก่นักเรียนนักศึกษา ที่ผ่านมาพบว่ายังมีการขับรถย้อนศร ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร อาจเป็นอันตรายแก่ตัวผู้ขับขี่ได้”ร.ต.อ.ปกรณ์กล่าว