ตามที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานีกำหนดจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปีของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในวันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 2561 ที่จะถึงนี้ หนึ่งในกิจกรรมเนื่องในโอกาสดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คือ กิจกรรม “ปั่นไปปลูก…ป่าในเมือง” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยดำเนินการร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและจังหวัดปัตตานี

26733620

 จุดชมวิวป่าชายเลนจากหอดูนก
(ถ่ายภาพโดย ผศ.ดร.กุสุมา กูใหญ่)

284238051

 

 

28279487

28424664_177

 การจัดทางเดินเพื่อเข้าไปยังพื้นที่หาดโคลนหรือหาดเลน
ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จะมีการปลูกต้นโกงกางกว่า 3 พันต้น

28468461

284249001

 การจัดทำพื้นที่ปลูกต้นโกงเกงที่ได้ดำเนินการมาแล้ว

(ภาพประกอบข่าวทั้งหมดเป็นภาพของผู้ที่ใช้ชื่อเฟซบุ๊กว่า “Sakareeya Samaae” ท่านสามารถชมภาพทั้งหมดที่เฟซบุ๊กดังกล่าว โดยคลิก ชมภาพการจัดทำพื้นที่ปลูกต้นโกงกาง)

ตามกำหนดการเดิมนั้น จะมีพิธีลงนามประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือในการปลูกป่าชายเลนในโครงการปลูกป่าในเมืองระหว่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ม.อ.ปัตตานี และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จากนั้นมีกิจกรรมการปั่นจักรยานของผู้บริหารมหาวิทยาลัย กรรมการสภาวิทยาเขตปัตตานี นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่า กฟผ. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และนายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี รวมถึงนักศึกษาอีกประมาณ 1 พันคนจะปั่นจักรยานไปยังบริเวณชายทะเลด้านทิศเหนือของมหาวิทยาลัยเพื่อร่วมพิธีเปิดโครงการและปลูกต้นโกงกางจำนวน 3,500 ต้นในพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ ณ บริเวณชายฝั่งทะเล ด้านทิศเหนือของ ม.อ.ปัตตานี ปัจจุบันกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ดำเนินการขุดแพรกหรือร่องน้ำจากทะเลเข้ามายังแปลงปลูกต้นโกงกางโดยรอบ เนื่องจากพืชตระกูลโกงกางเป็นพืชที่ขึ้นได้ดีบริเวณที่น้ำทะเลขึ้นถึง

อย่างไรก็ตามการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวต่างก็ได้รับการตั้งข้อสังเกตในหลายด้าน โดยเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา มีผู้ใช้เฟซบุ๊กถ่ายภาพการเตรียมพื้นที่ทางเดินเพื่อเข้าสู่หาดเลน ซึ่งเป็นจุดที่จะมีการปลูกป่าโกงกาง โดยมีการตัดต้นไม้และหญ้าต่าง ๆ ออก ภาพดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง โดยเป็นการตั้งข้อสังเกตในเชิงที่ว่า “เหมาะสมหรือไม่ที่จะตัดต้นไม้ ซึ่งเจริญเติบโตดีอยู่แล้วออกไปเพื่อเข้าไปปลูกต้นไม้ใหม่แทน”

ต่อมาชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ม.อ.ปัตตานีก็ออกมาเคลื่อนไหวทั้งที่ผ่านทางเฟซบุ๊กของชมรมฯ และการรณรงค์ให้นักศึกษาเข้าใจเกี่ยวกับสภาพหาดเลนกับป่าชายเลน พร้อมทั้งเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยพิจารณายุติการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่หาดเลน ไม่ใช่ป่าชายเลนเสื่อมโทรมตามที่ได้มีการติดป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรมว่า “โครงการปลูกป่าชายเลนในพื้นที่เสื่อมโทรม” และเห็นว่า หาดเลนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติในระบบนิเวศดังกล่าว การนำต้นโกงกางมาปลูกในหาดเลนจึงสะท้อนให้เห็นว่าขาดความรู้ความเข้าใจของระบบนิเวศ

28782974ภาพประกอบจากเฟซบุ๊กของชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ม.อ.ปัตตานี

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างต่อเนื่องทำให้มหาวิทยาลัยต้องหาทางออกเกี่ยวกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยเมื่อเวลา 10.12 น.ของวันนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นพพร เหรียญทอง รองอธิการบดีฝ่ายระบบสารสนเทศและกายภาพ วิทยาเขตปัตตานี ได้ส่งหนังสือแจ้งการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมปั่นไปปลูก…ป่าในเมืองเป็นการจัดกิจกรรมเสวนาความรู้ด้านวิชาการ ในหัวข้อ “พัฒนาการ(ป่า)ชายเลนที่ ม.อ.ปัตตานีและแนวทางการจัดการในอนาคต” แทน เนื่องจากยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันของทั้งบุคลากรและนักศึกษาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

สำหรับการเสวนาในหัวข้อ “พัฒนาการ(ป่า)ชายเลนที่ม.อ.ปัตตานีและแนวทางการจัดการในอนาคต” มีรายงานข่าวว่า มหาวิทยาลัยได้เชิญนักวิชาการในมหาวิทยาลัย และเจ้าหน้าที่ภาครัฐเข้าร่วมการเสวนา ประกอบด้วย

  • รองศาสตราจารย์ ดร. นพรัตน์ บำรุงรักษ์ ผู้อำนวยการสารสนเทศภูมิศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอากาศและภูมิสารสนเทศภาคใต้ คณะการจัดการสิ่งแวดล้อม ม.อ.หาดใหญ่
  • ผู้ช่วยศาสตราจารย์นุกูล รัตนดากุล หัวหน้าโครงการวิจัยพื้นที่ชุ่มน้ำ ม.อ.ปัตตานี
  • นายมงคล ไข่มุกด์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 7
  • นายวรวุฒิ พิทักษ์สันติกุล หัวหน้าสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 39
  • ดร.อาคม โสวนา อาจารย์ประจำภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี
  • ดร.ธนากร จันทสุบรรณ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ (ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม-วิศวเคมี) คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.อ.ปัตตานี

ผู้ดำเนินรายการ คือ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จรีรัตน์ รวมเจริญ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและการศึกษาต่อเนื่อง ม.อ.ปัตตานีกำหนดจัดในวันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 2561 นี้ เวลา 9.00-12.00 น. (เวลาเดิมที่จัดกิจกรรมปั่นไปปลูก…ป่าในเมือง) ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารพรีคลินิก คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.อ.ปัตตานี

pic-logo-1390587032

สำหรับ “หาดเลน” หรือที่ทางวิชาการเรียกว่า “ระบบนิเวศหาดโคลน”นั้น ข้อมูลของ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ระบุว่า หาดโคลนเป็นพื้นที่ที่มีความลาดชันต่ำ จึงทำให้ตะกอนเลนที่มีขนาดเล็กและเบามีโอกาสตกตะกอนได้มากกว่าพื้นทะเลบริเวณอื่น นอกจากนี้ยังมีพืชป่าชายเลนที่มีลักษณะรากช่วยดักตะกอนเพิ่มอีก การตกตะกอนเลนยังทำให้มีสารอาหารและแร่ธาตุมาสะสมบริเวณดังกล่าวด้วย จึงทำให้พื้นที่บริเวณนี้มีสิ่งมีชีวิตมาอาศัยจำนวนมาก

ส่วนข้อมูลจากเว็บไซต์ thaigoodview.com ระบุว่า การหาดเลนเกิดอยู่แถวปากแม่น้ำ ซึ่งมีน้ำจืดไหลลงมารวมกับน้ำทะเลอยู่เกือบตลอดเวลา ทำให้น้ำทะเลแถบนั้นไม่เค็มจัดน้ำจืดจากแม่น้ำพัดพา เอาแร่ธาตุและสารอินทรีย์มากมายไหลมาลงทะเลด้วยกับมีดินโคลนแขวนลอยปนมากับน้ำอีกมาก สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไหลลงมาสะสมอยู่ที่หาดเลน ทำให้หาดเลนมีความอุดมสมบูรณ์กว่าที่อื่น

ส่วนบริเวณพื้นที่เหนือหาดเลนขึ้นไปมักเป็นป่าชายเลน ประกอบด้วย ต้นไม้หลายชนิด ทั้งไม้ต้น ไม้พุ่ม และไม้เล็ก ๆ พวกสาหร่าย โดยมีต้นโกงกางขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด จนบางคนเรียกป่าชายเลนว่า ป่าโกงกาง ซึ่งต้นโกงกางเป็นต้นไม้พิเศษเหมาะสำหรับป่าชายเลนโดยเฉพาะ เพราะชอบน้ำเค็ม และมีรากค้ำมากมายอยู่ที่โคนต้น ทำหน้าที่ยึดลำต้นให้คงตั้งอยู่ได้ในดินเลนอันอ่อนนุ่ม ขณะเดียวกันก็ช่วยกักเก็บตะกอนและโคลนตมให้ตกทับถมอยู่ในที่นั้น เกิดเป็นหาดเลนงอกออกไปได้เรื่อย ๆ

ป่าชายเลนยังมีต้นแสมเจริญเติบโตได้ดีเช่นกัน โดยต้นแสมนั้นมีรากอากาศงอกสูงขึ้นมาจากพื้นเลน รากอากาศช่วยกักเก็บดินตะกอนไว้ในป่าชายเลนเช่นเดียวกับต้นโกงกาง เนื่องจากที่ป่าชายเลนและหาดเลนมีความอุดมสมบูรณ์มาก จึงมีสัตว์หน้าดินไม่มีกระดูกสันหลัง พวกไส้เดือนทะเล หนอนทะเล หอย กุ้ง ปูและ ตัวอ่อนของสัตว์ทะเลบางชนิดอาศัยรวมอยู่เป็นจำนวนมาก ที่หาดเลนเราจะเห็นนกชายเลน พวกนกพลิกหินนกปากแอ่น นกอีก๋อย นกนางนวล เดินหาอาหารกินทั่วไป ที่หาดเลนมีสัตว์ทะเลที่มีค่าหลายชนิด ซึ่งส่วนใหญ่เราใช้เป็นอาหาร เช่น ปูก้ามดาบ ปูม้ากับปูทะเล ปูแสม หอยแครง หอยกะพง กุ้งกับกั้ง แมงดาทะเล และ ปลาตี

ข้อมูลจาก ม.อ.ปัตตานี แจ้งว่า เดิมพื้นชายทะเลด้านทิศเหนือของ ซึ่งเป็นหาดเลนงอกใหม่ไม่เคยมีพันธุ์ไม้ชายเลนเจริญเติบโตมาก่อน มหาวิทยาลัยจึงได้ทำการวิจัยและทดลองปลูกป่าชายเลนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2520 และมาได้ผลชัดเจนในปี 2526 ต่อมาในปี 2559 กรมป่าไม้ได้เคยมอบรางวัลชมเชย 2 รางวัล ให้แก่วิทยาเขตปัตตานี ในการประกวดผลงานโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 จากโครงการปลูกป่าชายเลน แปลงปี 2538 และปี 2539 (ไม่มีผู้ใดได้รับรางวัลชนะเลิศและรองชนะเลิศ) ผลจากการวิจัย และปลูกป่าชายเลนบนหาดเลนใหม่นี้ทำให้บริเวณชายทะเลด้านทิศเหนือของมหาวิทยาลัยในปัจจุบันเป็นป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์กว่า 500 ไร่