เมื่อเร็ว ๆ นี้ โรงเรียนบากงพิทยา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงต่อกรณีหน่วยงานความมั่นคง โดย พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี แถลงข่าวเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา ณ มณฑลทหารบกที่ 46 ปัตตานี ซึ่งได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษผู้บริหารโรงเรียนบากงพิทยาบางคนว่าเกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคง และให้มีการดำเนินการตามกฎหมายและตรวจพบการทุจริต 5 ประเด็นสำคัญ คือ

  1. แจ้งบัญชีเท็จยอดครู 121 คน จำนวนจริงในระบบมีเพียง 74 คน แต่เบิกจ่ายเงินอุดหนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ 121 คน แจ้งเท็จ 47 คน ทำให้รัฐเสียหาย
  2. จัดทำบัญชีเท็จเบิกค่าเสี่ยงภัย 3,500/คน/เดือน ทำให้รัฐเสียหาย
  3. โรงเรียนสิ้นสภาพมูลนิธิ แต่ยังทำเอกสารปลอมเบิกเงินอุดหนุนจากภาครัฐ
  4. จัดจ้างครูไม่ผ่านระบบตามหลักเกณฑ์ที่รัฐกำหนด
  5. ทำบัญชีนักเรียนเท็จ ยอดนักเรียนมากกว่ายอดที่มีเรียนจริงเพื่อขอรับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนบากงพิทยาชี้แจงข้อเท็จจริงในการดำเนินการของโรงเรียน และข้อกล่าวหาทั้ง 5 ข้อ รายละเอียดตามที่ปรากฏในหนังสือ และขอความเป็นธรรมจากการถูกกล่าวหาดังกล่าว ขอให้หน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยุติการกล่าวหา ขุดคุ้ย และเชื่อมโยงกับเรื่องที่ไม่เป็นมงคล ไม่สร้างสรรค์ อันจะเป็นการทำลายขวัญและกำลังใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง

Bakong 01

Bakong 02

 

Bakong 03

Bakong 04

หนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงของโรงเรียนบากงพิทยา

ด้านพล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการร่วมแรงร่วมใจชายแดนใต้ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมาว่า ได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีใน 4 ข้อหา คือ ข้อกล่าวหาที่ 1 ใช้เอกสารปลอม ข้อกล่าวหาที่ 2 ร่วมกันใช้เอกสารปลอมเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินอุดหนุนการศึกษาของรัฐ ข้อกล่าวหาที่ 3 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดย มิชอบตามมาตรา 157 หรือมิได้ดำเนินการตามหน้าที่เพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์อันมิชอบ และข้อกล่าวหาที่ 4 ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายแตกแยกในหมู่ประชาชน ทั้ง 4 ข้อกล่าวหาได้นำเอกสารให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบและลงบันทึกประจำวัน พนักงานสอบสวนให้ฝ่ายกฎหมายของกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี รวบรวมเอกสารตาม         ข้อกล่าวหาทั้ง 4 ข้อ เพื่อนำร่างเอกสารให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง

“การดำเนินการในครั้งนี้ความผิดเป็นส่วนบุคคล ใครมีชื่อที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือว่าการเบิกอะไรที่มิชอบ พนักงานสอบสวนก็จะมีหน้าที่มีหนังสือเรียกไปเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และต่อสู้คดีตามกฎหมาย บางส่วนเป็นผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ฝ่ายจัดหา ซึ่งจะมีชื่อผู้รับผิดชอบแต่ละเรื่องอยู่แล้ว  ยืนยันว่าไม่ได้เหมารวม ปรากฏหลักฐานที่ใครคนนั้นก็ต้องแก้ข้อกล่าวหาว่าเอกสารมาได้อย่างไร มีวิธีการเกี่ยวข้องอย่างไร มีการกล่าวอ้างจากบุคคลอื่นมา เป็นรายบุคคล ในข้อกล่าวหาระบุชัดว่าใครเป็นคนอบรม เรื่องที่ก่อให้เกิดความคิดในแนวทางรุนแรง เอกสารส่วนใหญ่อยู่ในที่พักซึ่งเป็นที่รโหฐานไม่มีใครจะผ่านเข้าไปได้โดยง่าย เป็นพฤติการณ์แห่งการกระทำผิด เจ้าของสถานที่ก็ต้องไปชี้แจง” พล.ต.จตุพรกล่าวและว่า

Chatuporn Kalampasuth

การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ระมัดระวังเรื่องความรู้สึก โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่เป็นที่เคารพศรัทธา โรงเรียน สถานศึกษา เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ของเด็กเยาวชน การดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ มาจากการขยายผลการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ กรณีจับกุมผู้ต้องหา 11 รายก่อนหน้านี้ มีการกล่าวอ้างถึง ซัดทอดถึงบุคคลและผู้ที่เกี่ยวข้อง  การแจ้งข้อกล่าวหาต้องมีการระบุสถานที่ ซึ่งถือเป็นนิติบุคคล ระบุในข้อกฎหมาย สถานที่ใครเป็นผู้รับผิดชอบ ในแต่ละเรื่อง กระทำผิดอะไร ผู้รับผิดชอบแต่ละเรื่องก็รับผิดชอบ โรงเรียนยังดำเนินการต่อไปได้ปกติ อาจทำให้ผู้ปกครองไม่สบายใจบ้าง แต่เรียนว่าครูหลายท่านทำหน้าที่ได้ดีตามปกติ ผลการเรียนของนักเรียนเป็นที่น่าชื่นชม ความรู้สึกของผู้ปกครองก็เข้าใจ อย่างไรก็ตามหน่วยงานด้านความมั่นคง มีหน้าที่รักษาความสงบ เรียบร้อย ฝากให้คุณครูและผู้ปกครองช่วยดูแลบุตรหลานของท่านด้วย

ด้านนายทรงพล ขวัญชื่น ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดปัตตานี กล่าวกับสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีว่า กรณีของโรงเรียนบากงพิทยามีประเด็นค่อนข้างมาก ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร กระทรวงศึกษาธิการโดยรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการลงมาสืบหาข้อเท็จจริง สืบแล้วมีข้อบกพร่อง หรือ ผลเป็นอย่างไร จะเสนอให้ผู้อนุญาตเป็นผู้พิจารณาลงโทษในเชิงบริหาร ส่วนเรื่องของทหารเป็นกระบวนการยุติกรรม ผู้ถูกกล่าวหาก็ต้องชี้แจงไปตามข้อกล่าวหาตามกระบวนการยุติธรรม

Songpol Kwanchean

“ทราบเรื่องลงไปเยี่ยม สอบถามความผิดตามข้อกล่าวหาจริงหรือไม่ ฟังทั้ง 2 ข้าง ไม่ได้ตัดสินว่าใครถูกใครผิด ต่างคนต่างมีเหตุผล มาเยี่ยมให้กำลังใจ คงจะชี้ถูกชี้ผิดไม่ได้ ต้องดูหลักฐาน ส่วนโรงเรียนยังเปิดทำการเรียนการสอนปกติ ไม่กระทบเด็กนักเรียน พยายามรักษาเวลาเรียนตามมาตรฐาน เรามีหน้าที่อำนวยการส่งเสริมสนับสนุน คอยเบิกจ่ายเงินอุดหนุนให้โรงเรียนไม่ติดขัด เพื่อการเรียนการสอน ถ้ามีการใช้เงินผิดประเภท ไม่ชอบมาพากล นอกลู่นอกทาง สช.หรือ ผู้อนุญาตประจำจังหวัด คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจในการตรวจสอบได้”นายทรงพล กล่าวและว่า

ประเด็นข้อกล่าวหาว่ามีครูจริงไม่จริง เรื่องนี้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล มีอำนาจทางการบริหาร การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนจ่ายตามรายหัวเด็ก เด็กมีน้อยจ่ายน้อย มีมากจ่ายมาก สำนักงานฯ เบิกจ่ายตามรายหัวให้โรงเรียน ส่วนโรงเรียนจะไปจ่ายอย่างไรนั้น โดยกฎหมายเป็นอำนาจของโรงเรียนค่อนข้างสูง เว้นแต่มีเรื่องไม่ชอบมาพากล เช่น ผู้ปกครองร้องเรียนเด็กไม่ได้รับบริการ จ่ายเงินเดือนครูไม่ครบ เมื่อมีเรื่องร้องเรียนมา ก็ลงไปดู แต่ส่วนใหญ่จะดูภาพรวมเรื่องคุณภาพการศึกษา  หากผู้ปกครองนักเรียนไม่มีปัญหาอะไร โรงเรียนจัดการศึกษาได้ตามปกติ โรงเรียนก็มีอำนาจในการใช้จ่ายเงิน การจ้างครู จะมี 2 เกณฑ์ คือ นักเรียน 30 คน จ้างครูสอนได้ 1 คน และทุกห้องเรียนต้องมีครู ห้องว่างไม่ได้เพราะจะไม่ได้รับเงินอุดหนุน