นายลือชัย เจริญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เปิดเผยถึงนโยบายแก้ปัญหาความยากจนและผู้ด้อยโอกาสจังหวัดปัตตานีว่า เป็นวาระสำคัญของจังหวัด โดยนายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนวาระปัตตานี ซึ่งปีงบประมาณที่ผ่านมา ได้นำร่องใน 3 อำเภอ ได้แก่ ยะหริ่ง หนองจิก มายอ โดยการนำตัวเลขจากฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ซึ่งจากการสำรวจข้อมูล ปี 2559 ได้ใช้เกณฑ์ครอบครัวที่มีรายได้ 30,000 บาท/ปี ต่อมาในปี 2560 ยกระดับเกณฑ์ครอบครัวมีรายได้ 38,000 บาท/ปี ข้อมูล จปฐ.เป็นเครื่องมือที่บอกว่าต้องลงไปดูครอบครัวเหล่านี้เป็นพิเศษ เพราะมีรายได้ไม่เพียงพอจุนเจือครอบครัว

Leauchai Chareonsap 06

นายลือชัย เจริญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี
(ประธานการประชุมส่วนราชการ)

Leauchai Chareonsap 04

 นายสุริยะ กิติบุญญา พัฒนาการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยหัวหน้ากลุ่มงานฯ/ฝ่ายฯ จาก สนง.พัฒนาชุมชนจังหวัดปัตตานี เข้าพบนายลือชัย เจริญทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เพื่อรายงานผลการดำเนินงานฯ พูดคุยหาแนวทางขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.)
ให้มีประสิทธิภาพเชิงบูรณาการ

“การจัดเก็บข้อมูล จปฐ.มาจากสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปัตตานี คนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ จปฐ. ปี 2559 จำนวน 15,396 คน หรือ 3,274 ครอบครัว ถือว่าค่อนข้างสูง ในปี 2560 มีครอบครัวเพิ่มขึ้นเป็น 3,331 ครอบครัว หรือประมาณ 12,000 คน ครอบครัวมากขึ้นจากเดิม 3,200 เป็น 3,300 ฐานกว้างขึ้น แต่ประชาชนยังยากจน เรื่องนี้เห็นตรงกันว่า เป็นปัญหาที่รอไม่ได้ ต้องช่วยเหลือครอบครัวเหล่านี้”นายลือชัยกล่าวและว่า

ปีงบประมาณ 2561 จังหวัดปัตตานีได้ขับเคลื่อนพร้อมกัน 12 อำเภอ มีกระบวนการ มีทีมบูรณาการร่วมกับไทยเข้มแข็งที่นายอำเภอตั้งทีมปฏิบัติการระดับตำบลเป็นชุดเดียวกัน เพื่อลงไปสำรวจแต่ละครอบครัวโดยนำข้อมูลมาจาก จปฐ. การดำเนินการนั้นได้กำหนดเป้าหมายในการทำงานร่วมกัน ชุดปฏิบัติการในแต่ละพื้นที่จะลงไปสำรวจรายครอบครัว จากข้อมูลจำแนกครอบครัวได้เป็น 3 ประเภท คือ

  1. ครอบครัวที่มีศักยภาพ คือ พ่อแม่ลูก หรือ พ่อแม่มีอาชีพอยู่แล้วแต่ไม่พอ มีลูกมากหรือ ลูกอยู่ในวัยทำงาน ในวัยที่พัฒนาได้ เรียกว่า ครอบครัวที่สามารถพัฒนา มีศักยภาพในการพัฒนา
  2. ครอบครัวที่มีศักยภาพแต่ในครอบครัวมีผู้ป่วยติดเตียง คนพิการ มีค่าใช้จ่ายที่มีคนที่ต้องดูแล รายได้ไม่พอ แยกครอบครัวนี้มาเพื่อให้การสงเคราะห์
  3. ครอบครัวที่ต้องสงเคราะห์ พ่อแม่ลูก พ่อแม่อายุมาก ลูกอาจจะเป็นผู้ป่วยติดเตียง หรือยังมีพัฒนาการช้า เป็นภาระทางครอบครัว ไปเสริมสร้างศักยภาพภายใน การประกอบอาชีพ เป็นครอบครัวสงเคราะห์

JOPOTHO 13

JOPOTHO 08

การจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปัตตานี ซึ่งดำเนินการจัดเก็บในระดับครัวเรือน แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ เขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาล โดยมีอาสาสมัครในชุมชนเป็นผู้จัดเก็บ ซึ่งแต่ละคนจะต้องผ่านการฝึกอบรมการจัดเก็บข้อมูลเพื่อให้การดำเนินการมีความน่าเชื่อถือและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการวางแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้

JOPOTHO 09

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดปัตตานีจัดกิจกรรมชี้แจงวิธีการและแนวทางที่ถูกต้องในการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.ให้แก่อาสาสมัครจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ณ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ซึ่งกระบวนการนี้ดำเนินการทั้ง 12 อำเภอก่อนที่จะมีการลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในชุมชนที่แต่ละคนรับผิดชอบ

“เราเอาตัวเลขมาวิเคราะห์ แล้วลงไปติดตามแต่ละครัวเรือนว่ามีความสามารถอะไรบ้าง ตัวเลขปีที่แล้วมีหลายครอบครัวต้องการประกอบอาชีพ ดูจากความสามารถ ประสบการณ์ ศักยภาพว่าทำอะไรได้บ้าง แต่ละส่วนราชการนำข้อมูลจปฐ.มาใช้ร่วมกัน จำแนกแต่ละกลุ่ม วางแผนดำเนินงาน เราเป็นทีมปัตตานี ใครเกี่ยวข้องเรื่องไหนเข้าไปช่วยหนุนเสริม เช่น เกษตร ปศุสัตว์ อาชีพ แรงงาน ฝึกอาชีพ เราคิดทำครบ 3 ส่วน คือ ส่งเสริมให้เกิดการผลิต แปรรูป และจัดหาการตลาดให้  เป้าหมายปลายทางของการแก้จน ตัวชี้วัดสำคัญ คือ ความสุข รอยยิ้มของประชาชน วันนี้เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราจะไปด้วยกัน เราเป็นปัตตานีด้วยกัน ยืนยันว่าชาวปัตตานี 700,000 ว่าคนมีศักยภาพที่จะพัฒนาได้ เพื่อมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุข มีอาชีพรายได้ที่มั่นคง”นายลือชัยกล่าว

ทั้งนี้ตัวชี้วัดที่มีการจัดเก็บข้อมูล จปฐ.ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 พ.ศ. 2560–2564 ประกอบด้วย 5 หมวด 31 ตัวชี้วัด ได้แก่

หมวดที่ 1 สุขภาพ มี 7 ตัวชี้วัด ได้แก่

  1. เด็กแรกเกิดมีน้ำหนัก 2,500 กรัม ขึ้นไป
  2. เด็กแรกเกิดได้กินนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือนแรกติดต่อกัน
  3. เด็กแรกเกิดถึง 12 ปี ได้รับวัคซีนป้องกันโรคระบาดตามตารางสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
  4. ครัวเรือนกินอาหารถูกสุขลักษณะ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน
  5. ครัวเรือนมีการใช้ยาเพื่อบำบัด บรรเทาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นอย่างเหมาะสม
  6. คนอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี
  7. คนอายุ 6 ปีขึ้นไป ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ๆ ละ 30 นาที

หมวดที่ 2 สภาพแวดล้อม มี 7 ตัวชี้วัด ได้แก่

  1. ครัวเรือนมีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย และบ้านมีสภาพคงทนถาวร
  2. ครัวเรือนมีน้ำสะอาดสำหรับดื่มและบริโภคเพียงพอตลอดปี อย่างน้อยคนละ 5 ลิตรต่อวัน
  3. ครัวเรือนมีน้ำใช้เพียงพอตลอดปี อย่างน้อยคนละ 45 ลิตรต่อวัน
  4. ครัวเรือนมีการจัดบ้านเรือนเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด และถูกสุขลักษณะ
  5. ครัวเรือนไม่ถูกรบกวนจากมลพิษ
  6. ครัวเรือนมีการป้องกันอุบัติภัยและภัยธรรมชาติอย่างถูกวิธี
  7. ครัวเรือนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

หมวดที่ 3 การศึกษา มี 5 ตัวชี้วัด ได้แก่

  1. เด็กอายุ 3 – 5 ปี ได้รับบริการเลี้ยงดูเตรียมความพร้อมก่อนวัยเรียน
  2. เด็กอายุ 6 -14 ปี ได้รับการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี
  3. เด็กจบชั้น ม.3 ได้เรียนต่อชั้น ม.4 หรือเทียบเท่า
  4. คนในครัวเรือนที่จบการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ที่ไม่ได้เรียนต่อและยังไม่มีงานทำ ได้รับการฝึกอบรมด้านอาชีพ
  5. คนอายุ 15 – 59 ปี อ่าน เขียนภาษาไทย และคิดเลขอย่างง่ายได้

หมวดที่ 4 การมีงานทำและรายได้ มี 4 ตัวชี้วัด ได้แก่

  1. คนอายุ 15 – 59 ปี มีอาชีพและรายได้
  2. คนอายุ 60 ปีขึ้นไป มีอาชีพและรายได้
  3. รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนต่อปี
  4. ครัวเรือนมีการเก็บออมเงิน

หมวดที่ 5 ค่านิยม มี 8 ตัวชี้วัด ได้แก่

  1. คนในครัวเรือนไม่ดื่มสุรา
  2. คนในครัวเรือนไม่สูบบุหรี่
  3. คนอายุ 6 ปีขึ้นไป ปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  4. ผู้สูงอายุ ได้รับการดูแลจากครอบครัว ชุมชน ภาครัฐ หรือภาคเอกชน
  5. ผู้พิการ ได้รับการดูแลจากครอบครัว ชุมชน ภาครัฐ หรือภาคเอกชน
  6. ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ได้รับการดูแลจากครอบครัว ชุมชน ภาครัฐ หรือภาคเอกชน
  7. ครัวเรือนมีส่วนร่วมทำกิจกรรมสาธารณะเพื่อประโยชน์ของชุมชน หรือท้องถิ่น
  8. ครอบครัวมีความอบอุ่น