หลังจาก ม.อ.ปัตตานีเริ่มดำเนินโครงการรณรงค์การลดใช้ถุงพลาสติกมาตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา ตามนโยบาย Green and Clean Campus แนวทางในการลดถุงพลาสติกดังกล่าว ประกอบด้วย การงดใช้ถุงพลาสติกแก่ลูกค้าตามร้านสะดวกซื้อ 7-11 รวมถึงร้านค้าร้านอาหารภายในมหาวิทยาลัย ตลอดเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา ผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง พวกเขาคิดเห็นกันอย่างไร สถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นพวกเขากัน ด้วยหวังว่าจะเป็นเสียงเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงประชาคม ม.อ.ปัตตานีได้ร่วมกันพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นภายใต้จิตสำนึกร่วมของทุกคน

No plastic bag 10

 

No plastic bag13

นายบันลือ ศรีเกื้อ ผู้ประกอบการร้านอาหารภายในมหาวิทยาลัย กล่าวว่า โครงการลดละเลิกใช้ถุงพลาสติกถือว่าเป็นโครงการที่ดี ซึ่งสอดคล้องกับการรณรงค์ทั่วประเทศแล้ว ผู้บริโภคอาจรู้สึกไม่สะดวกสบาย โดยเฉพาะลูกค้าที่มาจากภายนอก ซึ่งเขาอาจไม่ได้รับข้อมูลจากมหาวิทยาลัยทำให้ไม่ได้มีการเตรียมตัวที่จะเขามาใช้บริการ พอรู้สึกว่าไม่สะดวกเหมือนก่อน ก็มีลูกค้าภายนอกหายไปค่อนข้างเยอะ ตนอยากให้มีถุงผ้าที่สกรีน PSU มากขึ้นเพื่อจะได้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า ปัจจุบันมีจำนวนไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ขายลำบากในการดูแลลูกค้า

No plastic bag 12

นางสาวนาดีญา มิงสะ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาสังคมสงเคราะห์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี เห็นว่า การลดใช้ถุงพลาสติกสามารถช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้ แต่กลับพบว่านักศึกษาและบุคคลภายนอกไม่คุ้นเคยกับการไม่มีถุงพลาสติกใช้เวลาซื้อสินค้า ซึ่งคล้ายกับการหักดิบ ขณะเดียวกันถุงผ้าที่มหาวิทยาลัยมีให้บริการก็ไม่เพียงพอ จึงอยากให้มีการทำถุงผ้าเพื่อให้บริการมากขึ้น ทุกคนจะได้เกิดความคุ้นเคย นอกจากนี้ควรจะต้องดำเนินการในส่วนอื่น ๆ ควบคู่กันไปด้วย

น.ส.โรสนานี แวหะยี พนักงานบริหารทั่วไป โครงการจัดตั้งกองกิจการนักศึกษา ม.อ.ปัตตานี ระบุว่า โครงการ No Plastic Bags การลดใช้ถุงพลาสติกเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ.2560 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของทางมหาวิทยาลัยที่ว่า Green and Clean University ซึ่งในโครงการใหญ่นี้ ดำเนินการมาแล้ว 3โครงการ ประกอบด้วย ม.อ.ปัตตานีปลอดโฟม รณรงค์การใช้กระบอกน้ำดื่ม และม.อ.ปัตตานีปลอดถุงพลาสติก

No plastic bag 09

No plastic bag 04

No plastic bag 01

โครงการปลอดถุงพลาสติกนั้นมุ่งเน้นการลดการใช้ถุงพลาสติก เนื่องจากโรงอาหารเป็นสถานที่ผลิตขยะจำนวนมาก เพราะโรงอาหารผลิตอาหาร มีต้นทางที่เป็นวัตถุดิบ เศษอาหาร ถุงพลาสติก และขวดต่าง ๆ เนื่องจากผู้บริโภคมีจำนวนมากใช้บริการทั้ง 3 แห่ง ทั้งลานอิฐ ลานประดู่ ลานเล และใต้หอพักต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย รวมถึงร้านเซเว่นอิเลฟเว่น ทำให้ปริมาณของถุงพลาสติกเพิ่มขึ้น โดยถุงพลาสติกมีผลทำให้เกิดภาวะโลกร้อน เพราะกำจัดยาก ถุงพลาสติก 1 ใบ ต้องใช้เวลาย่อยสลายถึง 450 ปี หากนำไปเผาก็จะทำให้เกิดสารประกอบไฮโดรคาร์บอน จะทำให้เกิดมลภาวะเป็นสาเหตุของโลกร้อน

น.ส.โรสนานี กล่าวอีกว่า มหาวิทยาลัยมีการรณรงค์ให้ใช้ถุงผ้าแทนหากทุกคนหันมาใช้ถุงผ้าเพียงสัปดาห์ละ 1 วัน จะช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกได้มากกว่า 100 ล้านถุง/ปี เลยประสานงานไปยังผู้ประกอบการให้ทราบถึงที่มาที่ไปของโครงการ จากนั้นประชาสัมพันธ์ไปยังนักศึกษา มีการจัดเสวนา ประชาสัมพันธ์ทางสื่อวิทยุ ประชาสัมพันธ์แบบย้ำเตือนผ่านสื่อ ส่งข้อมูลทางอีเมล และเฟซบุ๊กกลุ่มนักศึกษาและเริ่มรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์ภายในอยู่ ซึ่งค่อนข้างจำกัดสำหรับบุคคลจากภายนอกที่เข้ามาใช้บริการ

“ในส่วนของผลกระทบที่ตามมาทำให้ผู้มาใช้บริการลำบากขึ้น เนื่องจากไม่มีถุงพลาสติกใส่ของ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้นำถุงผ้า ก็จะกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้มาใช้บริการ เรามีการรับบริจาคถุง โดยมีถุงสำรอง หากต้องการใช้ถุงพลาสติกก็สามารถหยิบใช้ได้จากกล่องถุงใช้ซ้ำในบริเวณใกล้เคียง หรือ หยอดเงิน 1 บาท ในกล่อง งบประมาณที่ได้นำไปใช้ในโครงการ Green and Clean Campus เพื่อจัดการขยะภายในวิทยาเขตต่อไป สำหรับใครลำบากจริง ๆ แม่ค้าก็มีถุงสำรองให้ใช้”คุณโรสนานีกล่าวและว่า

จากการประเมินโครงการทราบว่ากลุ่มเป้าหมายที่รณรงค์ มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การรณรงค์ครั้งนี้เห็นว่าสามารถลดขยะได้วันละ 4,000 ใบรวมกับโรงอาหารเกือบ 10,000 ใบ สามารถลดขยะลดปัญหามลภาวะต่าง ๆ ลดการผลิต ลดการจ่ายสอดคล้องกับเป้าหมายหมายของการเป็น Green and Clean University

No plastic bag 03

No plastic bag 02

No plastic bag 09

ด้านนางสาวจรรยพร สมจริง นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาฟิสิกส์ คณะศึกษาศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี กล่าวว่า โครงการนี้มีข้อดีคือทำให้มหาวิทยาลัยฯ ลดปริมาณขยะ ข้อเสียทำให้ลำบากมากขึ้นในการซื้อของโดยเฉพาะบุคคลที่ซื้อของในปริมาณมาก เช่น ซื้อกับข้าวไม่มีถุงพลาสติกใส่ทำให้น้ำแกงหกในกระเป๋าส่งผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวัน

นางสาวกูรีดา ซาหลง นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขานโยบายสาธารณะ คณะรัฐศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี กล่าวว่าถุงพลาสติกมีผลทำให้โลกร้อน ต้องใช้เวลาย่อยสลายเป็นร้อย ๆ ปี หากนำไปเผาก็จะทำให้เกิดสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ซึ่งทำให้เกิดมลภาวะทำให้โลกร้อน และการใช้ถุงผ้าจะช่วยลดการปนเปื้อนของสารก่อมะเร็งหากทุกคนหันมาใช้ถุงผ้าจะช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกได้มาก ตนเห็นด้วยกับการรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติก

No plastic bag 06

ขณะที่นายพันศักดิ์ คุ้มครองพันธ์ ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการภายในมหาวิทยาลัย กล่าวว่า ถ้าพูดถึงการรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกในมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องที่ดี เพราะถุงพลาสติกมีปัญหาต่อสังคมโลกค่อนข้างสูง จากผู้คนที่ผลิตขึ้นมาหวังเพียงแต่ใช้งานให้เกิดประโยชน์แต่เพียงข้างเดียว ไม่ได้คำนึงถึงภาพรวมของสังคม ทำให้ขยะล้นกำจัดยาก ฉะนั้นการลดหรืองดใช้ถุงพลาสติกในมหาวิทยาลัยถือเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน ตนอยากให้ไปรณรงค์ในระดับนักเรียนมัธยมด้วยเพื่อจะได้ปลูกฝังจิตสำนีกรักสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความเคยชิน

“นอกจากจะทำให้พื้นที่ในบริเวณมหาวิทยาลัยสะอาดแล้ว ยังช่วยลดภาวะโลกร้อน และลดโอกาสในการเป็นมะเร็งอีกด้วย และมันจะดีมาก หากได้รับความร่วมมือในการรณรงค์จากทุกฝ่าย”นายพันศักดิ์กล่าว

นางพงษ์รัชฎา ทองยาว ชาวจ.ยะลาที่เข้ามาใช้บริการภายในมหาวิทยาลัย บอกว่า การที่มหาวิทยาลัยฯ รณรงค์การลดใช้ถุงพลาสติกเป็นเรื่องที่ดีทำให้ลดปริมาณขยะมากขึ้นไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรเนื่องจากตนชอบในเรื่องของการรงณรงค์แบบนี้ ทำให้มหาวิทยาลัยฯ เป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น

No plastic bag 08

ส่วนนางสาวดานิน นิลพัฒน์ นักวิเทศสัมพันธ์ คณะพยาบาลศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี เห็นว่า มีทั้งข้อดีและข้อเสียคือบางคนไม่ได้เตรียมถุงผ้ามา อาจทำให้ไม่สะดวกในการถือด้วยมือส่งผลกระทบในการใช้บริการ ข้อดีคือช่วยลดโลกร้อน และตนทราบว่าพลาสติกย่อยสลายยากในแต่ละวันคนเราซื้อของไม่ใช้น้อยๆ ซึ่งจะทำให้ขยะล้นเมืองกำจัดยาก