พระสิริจริยาลังการ เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี/เจ้าอาวาสวัดตานีนรสโมสร พระอารามหลวง อ.เมือง จ.ปัตตานี กล่าวกับสถานีวิทยุ ม.อ.ปัตตานีว่า เนื่องในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา วันวิสาขบูชา เป็นวันที่ชาวพุทธร่วมระลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ในชีวิตของพุทธองค์ในสมัยพุทธกาล จะใช้คำว่า “ผู้เป็นครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย” เป็นผู้ให้ความรู้ และแนวทางการแก้ปัญหา

หลักธรรมคำสอนที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้ คือ คือ “อริยสัจ 4” ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ คือ “ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค” ทุกข์ คือ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ สมุทัย คือ รู้ต้นเหตุ สาเหตุแห่งทุกข์ นิโรธ คือ ความไม่ทุกข์ เข้าใจสาเหตุแห่งทุกข์ ความเศร้าหมองทั้งหลาย มรรค คือ หนทางการดับทุกข์ การนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นแนวทางการแก้ปัญญา ให้รู้เหตุที่มาของความทุกข์ ว่าความทุกข์ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจนั้น มีเหตุมาอย่างไร เมื่อรู้สาเหตุปัญหา จะดับทุกข์ ดับกิเลสนั้น ต้องรู้วิธีการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ตามหลักธรรม “มรรค มี องค์ 8” หนทางการดับทุกข์ 8 ประการ คือ “มีปัญญาชอบ ดำริชอบ เจรจาชอบ การประพฤติดีงาม ทำมาหากินอย่างสุจริตชน มีความอุตสาหะเพียรพยายาม การไม่ปล่อยให้เกิดความพลั้งเผลอ และการฝึกจิตให้ตั้งมั่น” “ปัญหาสังคมมีความซับซ้อนมากขึ้น การจะแก้ปัญหาอะไร ต้องมีเหตุมีผล เข้าใจสาเหตุปัญหาที่แท้จริง การจะแก้ปัญหาต้องดับที่เหตุ และมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างถูกต้อง นั่นคือ ต้องใช้ปัญญา และมีจิตใจที่บริสุทธิ์ผ่องใส ขอฝากให้ชาวพุทธ มีสติ สมาธิ ฝึกจิตใจให้เข้มแข็ง มีความคิดที่ดี ถูกต้อง ฉลาดรอบรู้ รู้เท่าทัน คน เหตุการณ์ สถานการณ์ต่างๆ คบคนดี มีเหตุมีผล นำพาชีวิตมีความสงบ และความสุข”

พระสิริจริยาลังการ

พระสิริจริยาลังการ กล่าวและว่า “คนเราทุกวันนี้มักมีความคิดที่ไม่ถูกต้องนัก คือ ชอบมโน คิดไปเอง คิดไปเรื่อย คิดเป็นลบมากเกินไป ควรที่จะฝึกสติ ทำสมาธิ คือ รู้ตัว ระลึกได้ จะคิด จะทำอะไร ทั้งทางกาย วจี-คำพูด และมโน-จิตใจ การมีความคิดที่ดี เริ่มต้นจากตนเอง บนพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่ใช่เป็นคนโลกสวย นั่น คือ ไม่ฉลาด ต้องรู้เท่าทัน รู้จักแยกแยะ รู้ที่ไปที่มา ว่ามีเหตุมาจากอะไร อ่านใจคนเป็น คบคนดี มีความเป็นเหตุเป็นผล คิดดี ทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม “