นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน เปิดเผยว่า มูลนิธิฯ กำลังกังวลเกี่ยวกับการเล่นการพนันฟุตบอลโลกของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนที่เป็นนักเรียนนักศึกษา จากข้อมูลเราพบว่าแม้การพนันฟุตบอลนั้น จะมีอยู่ทุกวัน แต่เมื่อเริ่มเปิดฤดูกาลฟุตบอลโลกที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ ระยะเวลาการแข่งขัน 1 เดือนเต็มอาจเป็นการกระตุ้นให้มีการเล่นการพนันฟุตบอลมากยิ่งขึ้น

มูลนิธิรณรงค์หยุดพนันเริ่มรณรงค์เพื่อให้สังคมตระหนักถึงปัญหาการเล่นพนันฟุตบอลมาตั้งแต่ปี 2551 ขณะนั้นยังไม่มีประสบการณ์ในการรณรงค์ประเด็นนี้มากนัก แต่ได้รับมอบภารกิจมาจากรัฐบาลและ สสส.ให้ดำเนินการรณรงค์ปัญหาการพนันฟุตบอล จนมาถึงปัจจุบันการทำงานเพื่อรณรงค์ก็ได้องค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้นในการขับเคลื่อนให้สังคมตระหนักถึงปัญหาการพนัน ซึ่งการทำงานเชิงรณรงค์มูลนิธิฯ ตระหนักดีกว่าจำเป็นต้องทำงานร่วมกับสื่อมวลชนให้มากขึ้น

Thanakorn Komkrit

เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวคิดการทำงานของมูลนิธิฯ คือ ไม่ได้มีจิตคิดร้ายกับเรื่องการพนันเพราะพนันมีหลายลักษณะ ไม่ได้มีเป้าประสงค์ให้ประเทศนี้ปลอดพนัน หากเป็นการพนันที่อยู่ในระดับ Social gambling (พนันเพื่อสังสรรค์ทางสังคม) ที่ช่วยให้ความบันเทิง สนุกสนาน ก็ไม่มีปัญหา สามารถเล่นได้ เราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการพนันลักษณะนี้ ถ้าเป็น Commercial gambling (การพนันเชิงพาณิชย์) ที่เป็นธุรกิจ มีผู้ประกอบการเข้ามาต้องเข้าข่ายควบคุมและกำกับดูแล ถ้าเป็นการเข้าข่ายเอารัดเอาเปรียบและผิดกฎหมายรัฐก็ต้องดำเนินการ

“เรารณรงค์ไม่ให้มันเป็นการพนันที่เป็นปัญหา ระดับที่รุนแรงที่สุดคือการเสพติดการพนัน ซึ่งไม่ต่างจากการเสพติดการพนัน เป็นภาวะของสมองที่เกิดความคุ้นชินกับการเล่นพนัน จนไม่สามารถควบคุมได้”นายธนากรกล่าว

รายงานการวิจัยของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงสถานการณ์การพนันในกลุ่มเยาวชนอายุระหว่าง 15-25 ปี โดยเป็นการสำรวจเมื่อวันที่ 15 กันยายน – 12 ตุลาคม 2560 ระบุว่า เยาวชนที่เริ่มเล่นพนันส่วนใหญ่เมื่อลองเล่นแล้วจะไม่หยุดอยู่ที่การพนันเพียงชนิดเดียว โดยเยาวชนเพศชายเริ่มเล่นการพนันเร็วกว่าเพศหญิงที่อายุ 17.4 ปี และอายุต่ำสุดที่ 7 ปี

Thai gambling 60-01

 

Thai gambling 60-02

Thai gambling 60-03

 

สำหรับการพนันยอดนิยมที่เย้ายวนให้เยาวชนเข้าสู่โลกของการพนัน 5 อันดับแรก ได้แก่ หวยใต้ดิน ไพ่ สลากกินแบ่งรัฐบาล พนันทายผลฟุตบอล บิงโก การพนันประเภทอื่น ๆ เช่น ไฮโล นอกจากนี้ยังพบว่า สภาพแวดล้อมนั้นมีผลต่อเยาวชนที่เล่นพนันเป็นอย่างมาก ผลการสำรวจแสดงให้เห็นว่า เยาวชนไทยที่เล่นพนันร้อยละ 95.6 มีบุคคลแวดล้อมที่เล่นพนันด้วย ร้อยละ 75.0 พบเห็นจากคนในชุมชน รองลงมาได้แก่บุคคลใกล้ตัว เช่น พ่อ แม่ พี่น้อง ญาติ เพื่อนสนิท เป็นต้น โดยร้อยละ 23.3 ให้เหตุผลว่า เป็นการเสี่ยงโชค/อยากลอง รองลงมาคืออยากได้เงิน ตื่นเต้น เพลิดเพลิน เล่นตามคนใกล้ชิด มีคนชักชวน รวมถึงคิดว่ามีโอกาสชนะมาก พบเห็นโฆษณาผ่านสื่อ เป็นต้น

ข้อมูลเพิ่มเติม

การวิจัยของศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ยังพบอีกว่า เยาวชนประเมินตนเองว่า อาจเข้าข่ายติดพนัน ร้อยละ 11.1 ส่วนหนี้ที่เกิดจากการพนันนั้น มีเยาวชนเกือบ 1 แสนคนที่ติดหนี้พนัน รวมเป็นเงินจำนวน 335 ล้านบาท หรือ 3,512 บาทต่อเดือน

Thai gambling 60-04

Thai gambling 60-05

Thai gambling 60-06

 

Thai gambling 60-07

Thai gambling 60-08

ขอบคุณภาพประกอบจาก สสส.