1

นายพิพิฒน์ วรคุณพิเศษ ผู้อำนวยการฝ่ายควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า (กฟผ.) กล่าวว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติค่อนข้างสูง ทั่วประเทศกว่า 60%โดยเฉพาะในภาคใต้ เกือบ 80 % ใช้ก๊าซธรรมชาติ หากมีเหตุอะไรขึ้นกับท่อก๊าซ หรือ ระบบก๊าซ ผลกระทบจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับจุดที่เกิด ดังนั้นจำเป็นต้องมีการซ่อมบำรุงเป็นวาระทุกปี ขึ้นอยู่กับลักษณะจุดที่เกิดและจุดที่ซ่อม

จุดใหญ่ คือ แหล่ง JDA-A18 พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (สัมปทานร่วมระหว่างไทย-มาเลเซีย) ส่วนหนึ่งส่งให้ฝั่งไทยประมาณ 440 ล้านลูกบาศก์ฟุต อีกส่วนส่งไปทางมาเลเซียในจำนวน 400 กว่า ขึ้นไปที่ระยองประมาณ 200 กว่าล้านลูกบาศก์ฟุต และที่เหลือมาทางโรงไฟฟ้าจะนะกับโรงแยกก๊าซ ประมาณ 200 ล้านลูกบาศก์ฟุต รับแจ้งจากปตท.หยุดซ่อมบำรุงตามวาระปกติ เพื่อตรวจสอบสาเหตุปัญหาที่แท้จริง และแก้ไขจุดที่เกิดเคยเกิดผลกระทบ เนื่องจากปีที่แล้วมีเคสซ่อมฉุกเฉินเกือบครึ่งเดือนเกี่ยวกับเชื้อเพลิงส่วนเกิน อุปกรณ์ระบบความปลอดภัยต้องเผาเชื้อเพลิงส่วนเกินทิ้งเพราะหากอยู่ในระบบจะเป็นอันตราย หยุดซ่อมบำรุงเพื่อตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง”นายพิพิฒน์ กล่าวและว่า

นายพิพัฒน์ วรคุณพิเศษ  ผอ.ฝ่ายควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า (กฟผ.)
นายพิพัฒน์ วรคุณพิเศษ
ผอ.ฝ่ายควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า (กฟผ.)

ที่ผ่านมาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศตระหนักเรื่องปัญหาการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ ทำให้ต้องออกมาตรการปรับปรุงโรงไฟฟ้าตัวหลักที่ใช้ก๊าซทั้งหมดให้สามารถใช้เชื้อเพลิงทางเลือกได้ เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซล ปัจจุบันโรงไฟฟ้าจะนะปรับเปลี่ยนมาใช้น้ำมันดีเซลครบทุกโรงแล้ว และสามารถจ่ายไฟได้ตามปกติ ภาพรวมช่วงหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติสามารถดูแลบริหารจัดการได้

ด้านนายดำรงค์ ไสยะ ผู้อำนวยการโรงไฟฟ้าจะนะ กล่าวว่า โรงไฟฟ้าจะนะก่อตั้งมา 10 ปี โรงไฟฟ้าชุดที่ 1 เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2551 ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคใต้ จำเป็นต้องมีการผลิตไฟฟ้าเพื่อพึ่งพาตนเอง ตอบสนองความต้องการใช้พลังงาน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นจังหวัดที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของภาคใต้

นายดำรงค์ ไสยะ ผอ.โรงไฟฟ้าจะนะ (กฟผ.)
นายดำรงค์ ไสยะ
ผอ.โรงไฟฟ้าจะนะ (กฟผ.)

เรามีแหล่งผลิตในพื้นที่ และมีสัญญาใจร่วมกับมาเลเซีย คือ แหล่งพัฒนาร่วม JDA-A18 ทรัพยากรที่ขุดขึ้นมาได้จากท้องทะเลหารครึ่งและใช้ร่วมกัน จากปัญหาความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น แท่นขุดพายุเข้า ต้องหยุดผลิตไม่มีก๊าซ เรือเดินสมุทรขุดเอาท่อในทะเลพัง เดินไม่ได้ หรือ ท่อที่ส่งมา TTM เกิดรั่ว ขาด เดินไม่ได้ เราจำเป็นต้องมีระบบรองรับความเสี่ยงที่ และที่สำคัญบริษัทผู้นำส่งก๊าซ ปตท. ผู้ผลิต/ท่อส่ง TTM เรามีสัญญากับปตท. มีสิทธิขอหยุดได้10 วัน ทุกปี ตามสัญญา เพื่อซ่อมบำรุงตามวาระ” นายดำรง กล่าวและว่า

กฟผ.ได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์และปรับระบบการเปลี่ยนเชื้อเพลิง การผลิตไฟฟ้าสามารถใช้ได้ทั้งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดีเซล มีความพร้อมในการส่งผ่านจากก๊าซที่ลดลงและปรับเปลี่ยนระบบเป็นน้ำมันดีเซล ส่วนขั้นตอนการปรับเปลี่ยนอาจต้องมีการลดกำลังการผลิตลง ยืนยันว่าในห้วงที่ไม่มีก๊าซจากแหล่ง JDA โรงไฟฟ้าจะนะพร้อมจะปรับเปลี่ยนไปใช้น้ำมันและสามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามปกติ

ด้านนายสุทธิชัย สุขสีเสน พลังงานจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ช่วงที่หยุดจ่ายก๊าซจากแหล่งพัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย JDA-A18 และมีการใช้น้ำมันดีเซลทดแทนในการผลิตกำลังไฟฟ้านั้นยอมรับว่าประสิทธิภาพอาจไม่เท่าก๊าซธรรมชาติ และโรงไฟฟ้าชนิดอื่นในภาคใต้ก็ต้องช่วยกันอย่างเต็มที่ ก๊าซที่ส่งขึ้นมาบนบกจะนำไปใช้ 2 ส่วน คือ เข้าโรงไฟฟ้าจะนะ และอีกส่วนจ่ายให้ปั๊ม NGV ส่งจากสงขลาไปยังจังหวัดอื่นๆในภาคใต้ ช่วงที่หยุดจ่ายก๊าซฯอาจทำให้ก๊าซNGV ในปั๊มก๊าซลดลง ปตท.ยืนยันจะขนมาจากภาคกลางชดเชยให้แต่อาจไม่เต็มที่ทั้งหมด บางปั๊มอาจหยุดจ่ายก๊าซ ปตท.มีหน้าที่ในการสื่อสารกับลูกค้าและปั๊มก๊าซNGV

นายสุทธิชัย สุขสีเสน พลังงานจังหวัดสงขลา
นายสุทธิชัย สุขสีเสน
พลังงานจังหวัดสงขลา

นโยบายของกระทรวงพลังงานเรื่องการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงอื่น เป็นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน เช่น นโยบายเรื่องไฟฟ้าจากชีวมวล 300 เมกกะวัตต์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะช่วยความมั่นคงเรื่องไฟฟ้ามีความมั่นคงมากขึ้น ก๊าซจากอ่าวไทยใกล้จะหมด กล่าวกันว่า ประมาณ 5 ปีครึ่ง ชี้แจงว่าไม่ใช่ว่าจะหมดภายใน 5 ปี ระหว่างนี้มีการพัฒนาสำรวจไปอย่างต่อเนื่อง มีการรักษาระดับ เปิดประมูลใหม่ มีการสำรวจใหม่ จาก 5 ปีครึ่ง เพิ่มเป็น 6 ปี 7 ปี 8 ปี หากหยุดการผลิตในทุกแท่น ภายใน 5 ปีครึ่งก๊าซถึงจะหมด”นายสุทธิชัย กล่าวและว่า

ภาคใต้ยังจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานรองรับการเติบโตทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และท่องเที่ยว โรงไฟฟ้าหลักของภาคใต้ คือ ขนอม และจะนะ 2 โรง ทั้ง 2 แหล่ง ผลิตไฟฟ้ารวมกันได้อยู่ที่ 2,300 เมกกะวัตต์ ขณะที่ความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าของภาคใต้อยู่ที่ 2,700 เมกกะวัตต์ ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ยังต้องส่งมาจากภาคกลางมาช่วย ส่วนพลังงานอย่างอื่น เช่น น้ำ แดด ลม ไม่ถือว่าเป็นพลังงานหลัก เพราะไม่สามารถเรียกใช้งานตลอดเวลาได้ โรงไฟฟ้าจะนะ 2 โรง และโรงไฟฟ้าขนอม 1 โรง รวมกำลังการผลิตแล้วยังไม่พอต่อความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้ ทิศทางนโยบายต่อไปจะเน้นการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ภายในพื้นที่ และพลังงานทางเลือกจะมีส่วนสำคัญในการผลิตไฟฟ้าร่วมกับพลังงานหลักในสัดส่วนที่เหมาะสม

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อพูดถึงเรื่องพลังงานวันนี้ยอมรับว่าพลังงานไฟฟ้า พลังงานของเรา ของประเทศ และภาคใต้ ยังไม่มั่นคง ทิศทางการพัฒนาต้องมีเจ้าภาพใหญ่ เจ้าภาพหลัก และเจ้าภาพรอง เจ้าภาพหลัก คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บทบาทอาจจะลดลง แต่ยังจำเป็น ถ้าผลิต100 % กฟผ.รับผิชอบ 50 % ส่วนอีกครึ่งมาดูทิศทางนโยบายด้านพลังงานในอนาคตจะไปในทิศทางใด

นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล
นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย

วันนี้มีโรงไฟฟ้าชีวมวลเกิดขึ้น มีการใช้ขยะมาผลิตไฟฟ้า อย่างที่เทศบาลนครหาดใหญ่ ที่ควนลัง แต่ต้องกลับมาดูว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลที่พยายามจะให้เกิดขึ้น เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ อีกหลายๆที่ยังมีความกังวลใจและการคัดค้านจากประชาชนเรื่องมลภาวะและผลกระทบที่จะตามมา ทิศทางหลังจากนี้จะต้องติดตามว่าจะเป็นอย่างไร คิดว่าภาคใต้ยังคงมีโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และการพัฒนาด้านพลังงานทางเลือกจะเป็นนโยบายในการพัฒนาช่วง 5-10 ปีนี้”นายไชยยงค์ กล่าว